เมื่อเทรนด์ Longevity เข้ามาโจทย์ใหญ่ของวงการอาหารและเครื่องดื่ม (F&B) จากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปสู่การกินอย่างพิถีพิถันเพื่อสุขภาพมากขึ้น “Thailand Coffee Fest 2026” เปิดเวทีเสวนา “Health Trend Effect กาแฟจะอยู่ตรงไหนในเทรนด์สุขภาพ” นำโดยคุณกรณ์ สงวนแก้ว อุปนายกสมาคมกาแฟพิเศษไทย (Specialty Coffee Association of Thailand-SCATH) ชวนตัวแทนจากหลากหลายวงการ ประกอบด้วย คุณภูเขา หน่อสวรรค์ Co-founder, Rebel Strength and DuckWorks Academy, พ.อ.นพ.ครรชิต ปิยะเวชวิรัตน์ อดีตนายกสมาคมเวชบำบัด วิกฤตแห่งประเทศไทย, คุณนที จรัสสุริยงค์ Co-founder, Guss Damn Good และคุณจิรณรงค์ วงษ์สุนทร Associate Editor-in-Chief and Lifestyle Editor ของ The Cloud มาร่วมกันถอดรหัสความเชื่อมโยงระหว่างพฤติกรรมการกิน การดูแลตัวเอง และทิศทางธุรกิจกาแฟไว้อย่างน่าสนใจ
ก้าวข้าม Life Span สู่ Health Span ต้องสุขภาพดีจนถึงวันสุดท้ายของชีวิต
บนเวทีเสวนาเห็นตรงกันว่า ปัจจุบันผู้คนทั่วโลกไม่ได้วัดคุณภาพชีวิตแค่จากตัวเลขของอายุยืนยาว (Life Span) แต่เป้าหมายสำคัญคือ Health Span หมายถึงต้องการมีร่างกายที่แข็งแรง พร้อมลุยจนถึงวันสุดท้ายของชีวิตโดยไม่ต้องเผชิญกับภาวะติดเตียง ทำให้คนใส่ใจเรื่องการดูแลสุขภาพมากขึ้น เห็นได้จากการส่งต่อข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพบนโซเชียลมีเดียที่เพิ่มขึ้นในช่วง 3-5 ปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องโรคภัยไข้เจ็บ การกินและการนอนหลับอย่างมีคุณภาพ
ในขณะที่เทรนด์การออกกำลังกายก็ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยในประเทศสหรัฐอเมริกามีข้อมูลสถิติที่น่าสนใจเกี่ยวกับการออกกำลังกาย พบว่า กลุ่มคนอายุ 40-80 ปีขึ้นไป สมัครสมาชิกฟิตเนสเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเมื่อเทียบปีต่อปี โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุวัย 85 ปีขึ้นไป มีอัตราการเติบโตสูงสุดถึง 30% สัญญาณนี้ตอกย้ำชัดเจนว่าเทรนด์การดูแลสุขภาพเชิงป้องกันไม่ใช่เรื่องชั่วคราว แต่กลายเป็นวิถีชีวิตระยะยาวที่ผู้บริโภคทุกวัยยอมจ่ายเพื่อขยาย Health span ของตัวเอง
ผู้บริโภคยุคใหม่กินอย่างมีสติ แบรนด์ต้องรู้จักสร้างทางเลือก
ภาพความจริงของผู้บริโภคยุคใหม่ แม้จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจากที่เคยใช้ชีวิตแบบ “กินสนุก” หันมาใส่ใจดูแลสุขภาพมากขึ้น แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะปฏิเสธความอร่อย เพียงแค่ผู้บริโภคกำลังเปลี่ยนก้าวสู่ภาวะ Mindful Eating หรือการกินอย่างมีสติ รู้ว่าสิ่งที่กินเข้าไปคืออะไร มีผลอย่างไรต่อร่างกาย และพร้อมที่จะตัดสิ่งที่ส่งผลเสียต่อร่างกายออกไปทันที
“ความท้าทายของผู้ประกอบการยุคนี้ ไม่ใช่การบังคับให้ผู้บริโภคกินอาหารคลีนร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะคนไทยยังคงชอบรสชาติที่อร่อยจัดจ้าน ดังนั้น แบรนด์ต้องสร้างทางเลือกเพื่อให้เกิดความบาลานซ์และมีหน้าที่ให้ข้อมูลที่โปร่งใสว่าในหนึ่งเสิร์ฟมีแคลอรีเท่าไหร่ สารอาหารคืออะไรบ้าง เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถนำไปบริหารจัดการพลังงานในแต่ละวันได้เองอย่างลงตัว” คุณนที จาก Guss Damn Good แชร์มุมมองในฐานะเจ้าของแบรนด์
วงการกาแฟปรับตัวอย่างไร? ในยุค Longevity
วงการกาแฟ ทั้งผู้ประกอบการ ร้านกาแฟพิเศษ และบาริสต้า สามารถนำมุมมองและ Insight จากเวทีเสวนาไปปรับใช้เพื่อวางตำแหน่งของแบรนด์ในยุค Longevity ได้ใน 3 มิติหลัก :
- การจัดการคาเฟอีนให้ตอบโจทย์คนรักกาแฟ : ปัญหาการนอนหลับเป็นโจทย์ใหญ่ของผู้บริโภคจำนวนไม่น้อย ร้านกาแฟยุคใหม่ไม่ควรมองกาแฟถอดคาเฟอีน (Decaf) เป็นเพียงเมนูกระแสหลักข้างเคียงอีกต่อไป แต่ต้องพัฒนาให้มีรสชาติอร่อยเทียบเท่ากาแฟปกติ เพื่อตอบโจทย์กลุ่มคนที่รักรสชาติกาแฟ แต่จำเป็นต้องจำกัดคาเฟอีนเพื่อสุขภาพและการนอน
- การนำเสนอ Functional & Nutritional Coffee : การคัดสรรวัตถุดิบที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ เช่น นมทางเลือก (Plant-based Milk) ที่ไม่มีน้ำตาลปรุงแต่ง การคิดค้นเมนูกาแฟโปรตีนสูง หรือการคุมระดับแคลอรีอย่างชัดเจน จะช่วยให้กาแฟกลายเป็นส่วนหนึ่งของมื้ออาหารเพื่อสุขภาพได้อย่างแท้จริง
- การสร้างความสมดุลระหว่าง ความสุข กับ สุขภาพ : ผู้บริโภคไม่ได้ต้องการตัดขาดความสุขในชีวิต แต่ต้องการเครื่องดื่มที่ทานแล้วไม่รู้สึกผิด (Guilt-free Experience) ร้านกาแฟที่สามารถให้ข้อมูลโภชนาการที่ชัดเจน โปร่งใส และออกแบบเมนูให้เข้ากับช่วงเวลาของวัน (เช่น เครื่องดื่มยามบ่ายที่เน้นการคลายเครียดโดยไม่มีคาเฟอีนรบกวนการนอน) จะกลายเป็นแบรนด์ที่เข้าไปอยู่ในวิถีชีวิตระยะยาวของผู้บริโภคได้อย่างยั่งยืน
เทรนด์ Longevity และ Health Span ไม่ใช่สิ่งที่มาแล้วไป แต่คือบรรทัดฐานใหม่ที่ร้านกาแฟและผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม (F&B) ต้องก้าวตามให้ทันด้วยความเข้าใจทางวิทยาศาสตร์และความใส่ใจในพฤติกรรมจริงของผู้บริโภค
