- เริ่มดำเนินโครงการร่วมกับผู้ผลิตยานยนต์เพื่อการพาณิชย์บางรายแล้ว
- เรนจ์เอ็กซ์เทนเดอร์ช่วยเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้งานรถบรรทุกไฟฟ้าแบตเตอรี่ โดยไม่ต้องรอความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานการชาร์จที่ยังมีข้อจำกัดอยู่ในปัจจุบัน
- ระยะการขับขี่ที่ไกลขึ้นและความยืดหยุ่นที่มากกว่า รวมถึงน้ำหนักรถที่ลดลง ช่วยลดต้นทุนการเป็นเจ้าของตลอดอายุการใช้งาน
- MAHLE Contactless Transmitter (MCT) คือมอเตอร์ไฟฟ้ารุ่นใหม่สำหรับการใช้งานกับรถบรรทุกไฟฟ้า ช่วยลดการพึ่งพาแร่หายาก พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพให้ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า
- มาห์เลเรียกร้องนโยบายภาครัฐที่เปิดรับความหลากหลายทางเทคโนโลยี เพื่อบรรลุเป้าหมายในการลดการใช้พลังงานฟอสซิลในภาคการขนส่งทางถนน
- อาร์นด์ ฟรานซ์ ซีอีโอของมาห์เล กล่าวว่า “ตลาดต้องการโซลูชันด้านพลังงานไฟฟ้าที่ทั้งประหยัดและนำไปใช้งานได้จริง”
- มาห์เลเตรียมจัดแสดงนวัตกรรมเพื่อการขนส่งทางถนนที่ยั่งยืนและคุ้มค่าในงาน IAA TRANSPORTATION ภายใต้แนวคิด “Electrified. Efficient. Economical.”
ระบบเปลี่ยนน้ำมันเป็นพลังงานไฟฟ้าเข้าสู่แบตเตอรี่ หรือเรนจ์เอ็กซ์เทนเดอร์ (Range Extender) รุ่นใหม่ของมาห์เล (MAHLE) สำหรับใช้งานกับรถบรรทุกไฟฟ้า (BEV) ได้รับความสนใจอย่างล้นหลามจากลูกค้าตั้งแต่ก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการระดับโลกในงาน IAA TRANSPORTATION 2026 โดยกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีสัญชาติเยอรมันได้เริ่มดำเนินโครงการร่วมกับผู้ผลิตรถยนต์เพื่อการพาณิชย์หลายราย เพื่อพัฒนารถต้นแบบและรถทดสอบสำหรับใช้งานจริงบนท้องถนนในอนาคตอันใกล้
ทั้งนี้ เรนจ์เอ็กซ์เทนเดอร์สามารถเร่งการขยายตลาดของรถเพื่อการพาณิชย์ไฟฟ้าได้ เนื่องจากช่วยเพิ่มระยะทางการขับขี่และความยืดหยุ่นในการใช้งาน เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการขนส่งสามารถบรรลุเป้าหมายทั้งด้านความคุ้มค่าและความยั่งยืน
“ผลตอบรับเชิงบวกจากลูกค้าของเราแสดงให้เห็นว่าตลาดต้องการโซลูชันด้านการใช้พลังงานไฟฟ้าที่คุ้มค่าและใช้งานได้จริง” อาร์นด์ ฟรานซ์ (Arnd Franz) ประธานคณะกรรมการบริหารและซีอีโอของมาห์เล กล่าว นอกจากนี้ อีกหนึ่งนวัตกรรมที่มาห์เลเตรียมเปิดตัวเป็นครั้งแรกของโลกที่เมืองฮันโนเวอร์ คือ มอเตอร์ไฟฟ้า MCT รุ่นใหม่ชนิดไร้แม่เหล็กถาวรสำหรับรถบรรทุกขนาดใหญ่ มอเตอร์รุ่นนี้ขจัดข้อจำกัดเรื่องการใช้แร่หายาก ช่วยลดน้ำหนักตัวรถ และยกระดับประสิทธิภาพของระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าให้ดียิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน มาห์เลเรียกร้องให้ภาครัฐเปิดกว้างต่อความหลากหลายทางเทคโนโลยี เพื่อให้ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าแบตเตอรี่ รวมถึงระบบเรนจ์เอ็กซ์เทนเดอร์ ตลอดจนเทคโนโลยีประสิทธิภาพสูงสำหรับการใช้เชื้อเพลิงหมุนเวียน สามารถมีบทบาทในการลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลของภาคการขนส่งทางถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Arnd Franz, Chairman of the Management Board and CEO of MAHLE
ทั้งนี้ มาห์เลจะนำนวัตกรรมสำหรับยานยนต์เชิงพาณิชย์ที่ยั่งยืนและคุ้มค่า ร่วมจัดแสดงในงานแสดงสินค้าและเทคโนโลยีด้านการขนส่งชั้นนำระดับโลก ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15-20 กันยายน 2569 ภายใต้แนวคิด “Electrified. Efficient. Economical.” (ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า) โดยบูธของมาห์เลตั้งอยู่ในฮอลล์ 11 ศูนย์แสดงสินค้าฮันโนเวอร์
รถบรรทุกไฟฟ้าตอบโจทย์การใช้งานจริงได้ไม่แพ้เครื่องยนต์ดีเซล
อุตสาหกรรมการขนส่งทางถนนกำลังเผชิญกับความท้าทายอย่างมาก โดยผู้ประกอบการจำเป็นต้องลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ควบคู่ไปกับการรักษาความน่าเชื่อถือและความคุ้มค่าในการบริหารจัดการฟลีตรถขนส่ง โดยเฉพาะในการขนส่งระยะไกลนั้น โครงสร้างพื้นฐานการชาร์จที่ยังไม่เพียงพอในหลายพื้นที่ ระยะเวลาการชาร์จที่ยาวนาน และต้นทุนการชาร์จที่สูงล้วนเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการขยายตลาดรถบรรทุกไฟฟ้าแบตเตอรี่
เพื่อก้าวข้ามความท้าทายเหล่านี้ กลุ่มบริษัทมาห์เลจึงได้พัฒนาระบบเปลี่ยนน้ำมันเป็นพลังงานไฟฟ้าเข้าสู่แบตเตอรี่ หรือเรนจ์เอ็กซ์เทนเดอร์รุ่นใหม่สำหรับการใช้งานกับรถบรรทุกไฟฟ้า โดยนวัตกรรมดังกล่าวเป็นชุดกำเนิดพลังงานอัจฉริยะที่จะเริ่มทำงานอย่างแม่นยำในเวลาที่เหมาะสม เพื่อขยายระยะทางการขับขี่ของรถบรรทุกไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพเมื่อมีความจำเป็น “เรนจ์เอ็กซ์เทนเดอร์อาจเป็นก้าวสำคัญในการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคพลังงานไฟฟ้าสำหรับการขนส่งทางถนน ควบคู่ไปกับการรักษาความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจของฟลีตรถยนต์เชิงพาณิชย์” อาร์นด์ ฟรานซ์ กล่าว
เรนจ์เอ็กซ์เทนเดอร์มีขนาดกะทัดรัด โดยรวมเอาเครื่องกำเนิดไฟฟ้า เครื่องยนต์สันดาปภายใน ระบบจัดการความร้อน ถังเชื้อเพลิง ถัง AdBlue และระบบบำบัดไอเสียเข้าไว้ด้วยกัน ทำให้สามารถติดตั้งเข้ากับแพลตฟอร์มยานยนต์ไฟฟ้าที่มีอยู่เดิมได้อย่างง่ายดาย หัวใจของระบบคือเครื่องกำเนิดไฟฟ้าแรงดันสูงที่ให้กำลังไฟฟ้าต่อเนื่อง 110 กิโลวัตต์ (kW) และกำลังไฟฟ้าสูงสุดถึง 130 kW นอกจากนี้ ด้วยระบบระบายความร้อนด้วยน้ำมันแบบใหม่ที่ล้ำสมัย เครื่องกำเนิดไฟฟ้านี้จึงมีความหนาแน่นของพลังงานสูงกว่า 7 kW ต่อกิโลกรัม นอกจากนี้ ระบบจัดการความร้อนในตัวที่มีความสามารถในการระบายความร้อนอุณหภูมิสูง 48 kW และอุณหภูมิต่ำ 15 kW ยังช่วยให้ระบบทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและวางใจได้สูงสุด
เรนจ์เอ็กซ์เทนเดอร์สามารถทดแทนความจุแบตเตอรี่เดิมของรถบรรทุกไฟฟ้าได้ราวหนึ่งในสาม ส่งผลให้น้ำหนักที่กดทับเพลาท้ายลดลงประมาณ 400 กิโลกรัม และลดน้ำหนักรวมของตัวรถลงได้ราว 600 กิโลกรัม โดยรวมแล้ว รถบรรทุกไฟฟ้าที่ติดตั้งเรนจ์เอ็กซ์เทนเดอร์สามารถทำระยะทางรวมได้มากกว่า 800 กิโลเมตร แบ่งเป็นระยะทางจากแบตเตอรี่ประมาณ 400 กิโลเมตร และจากระบบเรนจ์เอ็กซ์เทนเดอร์อีกราว 400 กิโลเมตร
เมื่อเปรียบเทียบกับระบบขับเคลื่อนแบบดั้งเดิมแล้ว ระบบนี้สามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในการใช้งานจริงได้มากกว่า 80% และหากเลือกใช้เชื้อเพลิงหมุนเวียน HVO100 รถบรรทุกไฟฟ้าที่ติดตั้งเรนจ์เอ็กซ์เทนเดอร์แทบจะปล่อยก๊าซ CO2 เป็นศูนย์เลยทีเดียว
มอเตอร์ไฟฟ้า MCT ไร้แร่หายาก เปิดตัวครั้งแรกในโลกที่งาน IAA
มอเตอร์ไฟฟ้า MCT (MAHLE Contactless Transmitter) เป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ที่มาห์เลเปิดตัวเป็นครั้งแรกของโลกในงาน IAA โดย MCT คือมอเตอร์ไฟฟ้ารุ่นใหม่สำหรับเพลาขับเคลื่อนไฟฟ้าของยานยนต์เพื่อการพาณิชย์ขนาดใหญ่ มอเตอร์รุ่นนี้ไม่ใช้แม่เหล็กถาวร จึงไม่จำเป็นต้องพึ่งพาแร่หายาก เมื่อเปรียบเทียบกับมอเตอร์ซิงโครนัสชนิดแม่เหล็กถาวรที่ใช้กันโดยทั่วไป มอเตอร์ไฟฟ้า MCT ช่วยลดการใช้แม่เหล็กแร่หายากได้สูงสุดถึง 3 กิโลกรัมต่อคัน จึงช่วยลดการพึ่งพาวัตถุดิบหายากลงได้อย่างมีนัยสำคัญ
ด้วยกำลังสูงสุด 370 kW และแรงบิดมากกว่า 900 นิวตันเมตร (Nm) มอเตอร์ไฟฟ้า MCT จึงมอบความหนาแน่นของพลังงานสูง ซึ่งจำเป็นต่อการใช้งานหนักในรถบรรทุกขนาดใหญ่ นอกจากนี้ ยังช่วยให้ระบบขับเคลื่อนมีน้ำหนักเบาลงกว่าโซลูชันอื่นที่เทียบเคียงกันได้ถึง 10 กิโลกรัม จึงเพิ่มประสิทธิภาพการขับขี่ของตัวรถได้ดียิ่งขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น ในรอบการทดสอบการขับขี่แบบ VECTO มอเตอร์รุ่นนี้ทำประสิทธิภาพได้สูงถึง 95% และยังให้ประสิทธิภาพสูงกว่ามอเตอร์แม่เหล็กถาวรทั่วไปในสภาพการขับขี่จริงที่ครอบคลุมสถานการณ์การขับขี่หลากหลายรูปแบบ เทคโนโลยีนี้จึงผสานทั้งการอนุรักษ์ทรัพยากร สมรรถนะที่ยอดเยี่ยม และการประหยัดพลังงาน เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัวภายใต้แนวคิดระบบขับเคลื่อนแห่งอนาคตสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์
เชื้อเพลิงหมุนเวียนกับบทบาทสำคัญในการลดการใช้พลังงานฟอสซิล
แม้การใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในทั่วโลกจะมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในจีนและยุโรป แต่เครื่องยนต์ประเภทนี้ยังคงมีความสำคัญและมีสัดส่วนทางการตลาดสูงในทุกภูมิภาค โดยเฉพาะในกลุ่มยานยนต์เพื่อการพาณิชย์ที่มีความต้องการใช้งานในระดับสูง ด้วยเหตุนี้ มาห์เลจึงยังคงมุ่งมั่นพัฒนาระบบขับเคลื่อนดังกล่าวอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อรองรับการใช้งานร่วมกับเชื้อเพลิงหมุนเวียน เช่น ไฮโดรเจน ไบโอเอทานอล HVO100 และไบโอแอลเอ็นจี ซึ่งเชื้อเพลิงเหล่านี้มีศักยภาพสูงในการช่วยลดการปล่อยก๊าซ CO₂ ได้อย่างรวดเร็วและเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะรถที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบัน
“ความหลากหลายทางเทคโนโลยีไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล ในทางกลับกัน ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ขาดไม่ได้” อาร์นด์ ฟรานซ์ กล่าว ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าแบตเตอรี่ เทคโนโลยีไฮโดรเจน เชื้อเพลิงหมุนเวียน หรือเรนจ์เอ็กซ์เทนเดอร์ ระบบเหล่านี้ควรทำงานเสริมกัน เพื่อบรรลุเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศให้ได้อย่างรวดเร็วและคุ้มค่าที่สุด สิ่งนี้จะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อมีกรอบระเบียบข้อบังคับที่ชัดเจนและสอดรับกับความเป็นจริง มาห์เลจึงขอเรียกร้องให้มีการทบทวนกฎระเบียบของยุโรปเกี่ยวกับการปล่อยก๊าซ CO₂ สำหรับยานยนต์เชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ในอนาคตอันใกล้ โดยคำนึงถึงบริบทและสภาวะตลาดจริงให้มากยิ่งขึ้น



มาห์เลเติบโตแข็งแกร่งด้วยเทคโนโลยีสำหรับยานยนต์เพื่อการพาณิชย์
มาห์เลยังคงเป็นพันธมิตรที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้ผลิตยานยนต์เพื่อการพาณิชย์ 120 ราย โดยชิ้นส่วนจากกลุ่มบริษัทถูกนำไปใช้งานในรถบรรทุกไฟฟ้าแบตเตอรี่และรถบรรทุกเซลล์เชื้อเพลิงเกือบทุกคันในทวีปยุโรป นอกจากนี้ มาห์เลยังมีส่วนร่วมในโครงการพัฒนาเครื่องยนต์ไฮโดรเจนเกือบทั้งหมดที่กำลังดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน
ด้วยกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมในเซกเมนต์ยานยนต์เชิงพาณิชย์ ส่งผลให้มาห์เลก้าวขึ้นเป็นผู้นำตลาดระดับโลก หรือติดอันดับ 1 ใน 3 ของผู้ผลิตชั้นนำ “สำหรับลูกค้าที่มองหาความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและความสามารถในการพัฒนาระบบอย่างครบวงจร มาห์เลคือคำตอบที่ใช่ เราตั้งเป้าที่จะขยายธุรกิจยานยนต์เชิงพาณิชย์ให้เติบโตเร็วกว่าตลาดในช่วง 5 ปีข้างหน้า” ซีอีโอของมาห์เล กล่าว
เอกสารข่าวประชาสัมพันธ์ดิจิทัลสำหรับงาน IAA Transportation 2026 พร้อมข้อมูลและภาพประกอบเพิ่มเติม สามารถเข้าชมได้ที่แฟ้มข่าวสารสื่อมวลชน ทางห้องข่าวของมาห์เล: https://link.mahle.com/iaatransportation2026EN หรือสแกน QR code ด้านล่างนี้
