ปตท.สผ. และ PC JDA รับมอบสิทธิในสัญญาแบ่งปันผลผลิต (PSC) แปลง A-18-01 ในพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย (MTJDA) จากองค์กรร่วมไทย-มาเลเซีย เดินหน้าเสริมความมั่นคงทางพลังงาน พร้อมต่อยอดการพัฒนาแหล่งก๊าซธรรมชาติร่วมกับแปลง B-17-01 เพื่อรักษาอัตราการผลิตก๊าซธรรมชาติ รองรับความต้องการใช้พลังงานอย่างต่อเนื่องในระยะยาว 35 ปี โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้เกียรติเข้าร่วมในพิธี
นายมนตรี ลาวัลย์ชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. เปิดเผยว่า ปตท.สผ. เข้ารับมอบสิทธิในสัญญาแบ่งปันผลผลิต (Production Sharing Contract หรือ PSC) แปลง A-18-01 ในพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย (Malaysia-Thailand Joint Development Area หรือ MTJDA) จากองค์กรร่วมไทย-มาเลเซีย (MTJA) โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน Mr. Akmal Nasrullah Mohd Nasir รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจของประเทศมาเลเซีย และ YBhg. Datuk Wan Zaidi bin Wan Abdullah เอกอัครราชทูตมาเลเซียประจำราชอาณาจักรไทย ให้เกียรติเข้าร่วมในพิธี ซึ่งจัดขึ้นโดย MTJA ในงาน Gastech Exhibition & Conference 2026 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพฯ
ผู้รับสิทธิในสัญญาแบ่งปันผลผลิต แปลง A-18-01 ประกอบด้วยบริษัท PTTEP JDX Thailand (JDA) Limited และบริษัท PTTEP JDX Thailand Company Limited ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ ปตท.สผ. และบริษัท PC JDA Limited ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ PETRONAS Carigali Sdn Bhd. โดยแต่ละฝ่ายถือสัดส่วนการลงทุนร้อยละ 50 เพื่อดำเนินการสำรวจ พัฒนา และผลิตปิโตรเลียม ในแปลง A-18-01 อย่างต่อเนื่องไปอีกเป็นระยะเวลา 35 ปี สัญญาดังกล่าวมีผลย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569
สัญญาแบ่งปันผลผลิตดังกล่าว เป็นการทดแทนสัญญาแบ่งปันผลผลิตฉบับเดิม ครอบคลุมพื้นที่เดิมของแปลง A-18 รวมทั้งพื้นที่ใหม่ โดยมีกำลังการผลิตก๊าซธรรมชาติได้ในอัตราประมาณ 300-400 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ส่งเข้าประเทศไทยและประเทศมาเลเซียในสัดส่วนที่เท่ากัน โดยก๊าซฯ ที่ส่งเข้าประเทศไทยคิดเป็นประมาณร้อยละ 4 ของความต้องการใช้ก๊าซฯ ในประเทศ เพื่อเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าให้กับพื้นที่ภาคใต้ของไทย
“พื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย ถือเป็นอีกหนึ่งพื้นที่สำคัญที่มีบทบาทในการเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานของประเทศไทย โดยเฉพาะในบริเวณภาคใต้ การเข้ารับสิทธิตามสัญญาแบ่งปันผลผลิต ฉบับใหม่นี้ จะช่วยรักษาความต่อเนื่องของการผลิตก๊าซธรรมชาติให้กับทั้งสองประเทศ ตลอดจนเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานในระยะยาว นอกจากนั้น ยังสามารถต่อยอดการพัฒนาแปลง A-18-01 ร่วมกับแปลง B-17-01 ซึ่ง ปตท.สผ. และ PC JDA มีการร่วมลงทุนกันอยู่แล้ว โดยสามารถใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานและทรัพยากรร่วมกัน ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพการดำเนินงานและสนับสนุนการผลิต ก๊าซฯ ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ปัจจุบันทั้ง 2 แปลง สามารถผลิตก๊าซฯ รวมกันได้ถึงอัตราประมาณ 700 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน” นายมนตรี กล่าว
สำหรับการพัฒนาแปลง A-18-01 กลุ่มผู้ร่วมทุนมีแผนจะดำเนินกิจกรรมสำรวจและพัฒนา แหล่งปิโตรเลียมเพิ่มเติม เพื่อการรักษาอัตราการผลิตก๊าซฯ ให้เกิดความต่อเนื่อง และเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศไทยและมาเลเซียในระยะยาว
พื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย ตั้งอยู่บริเวณตอนล่างของอ่าวไทย ประกอบด้วย แปลง A-18-01 และแปลง B-17-01 ครอบคลุมพื้นที่รวมกันประมาณ 7,250 ตารางกิโลเมตร เป็นแหล่งทรัพยากรก๊าซธรรมชาติและคอนเดนเสทที่สำคัญของประเทศไทยและมาเลเซีย โดยแปลง A-18-01 ประกอบด้วยแหล่งก๊าซฯ เช่น จักรวาล ภูมี สุริยา บุหลัน บุหลันใต้ เซ็นจา ภูมีตะวันออก สมุทรา และวีระ ส่วนแปลง B-17-01 ประกอบด้วยแหล่งก๊าซฯ เช่น มูด้า ตาปี ตันจุง อมฤต เจ็งก้า เมลาติ และแอนดาลัส
