SCL โชว์ผลงานครึ่งปีแรก 2569 แข็งแกร่ง รายได้จากการขาย 1,051.58 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.99% ขณะที่กำไรสุทธิแตะ 30.44 ล้านบาท โต 23.96% รับแรงหนุนจากยอดขายอะไหล่รถยนต์ภายใต้ตราสินค้าของค่ายรถยนต์ต่างๆ (Genuine Parts) ที่เติบโต 15.47% และอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวดีขึ้น เดินหน้าครึ่งปีหลังขยาย Product Portfolio เพิ่มแบรนด์และช่องทางจำหน่าย ยกระดับสู่ Automotive Part Solution Provider สร้างฐานรายได้ใหม่และรองรับการเติบโตในระยะยาว พร้อมจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.046 บาท/หุ้น วันที่ 8 กันยายน 2569 นี้
นายสกล ตั้งก่อสกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอส.ซี.แอล.มอเตอร์ พาร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ SCL ผู้นำธุรกิจจัดจำหน่ายชิ้นส่วนอะไหล่รถยนต์ของไทย SCL เปิดเผยผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกปี 2569 มีรายได้จากการขาย 1,051.58 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 129.09 ล้านบาท หรือ 13.99% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยผลิตภัณฑ์อะไหล่รถยนต์ภายใต้ตราสินค้าของค่ายรถยนต์ต่างๆ (Genuine Parts) ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก มีรายได้ 957.05 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.47% จากปีก่อน จากความต้องการซ่อมบำรุงรถยนต์ที่ยังมีต่อเนื่อง รวมถึงการเพิ่มช่องทางจำหน่าย การนำแบรนด์ใหม่เข้ามาเสริมพอร์ต และการเพิ่มประสิทธิภาพด้านการขาย ขณะที่อะไหล่ทดแทน (Replacement Parts) มีรายได้ 94.53 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.92% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 10.71% จาก 10.29% สะท้อนการเติบโตของยอดขาย และประสิทธิภาพการดำเนินงานที่ดีขึ้น ด้านกำไรสุทธิครึ่งปีแรกอยู่ที่ 30.44 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.88 ล้านบาท หรือ 23.96% จากปีก่อน โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากกำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับต้นทุนทางการเงินลดลงตามดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลง สะท้อนความสามารถในการบริหารต้นทุนและรักษาความสามารถในการทำกำไรของบริษัทฯ
สำหรับผลการดำเนินงาน ไตรมาส 2 ปี2569 SCL มีรายได้จากการขาย 475.21 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.28 ล้านบาท หรือ 5.38% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 11.20% เพิ่มขึ้นจาก 10.50% ในไตรมาส 2/2568 สะท้อนถึงความสามารถในการบริหารกำไรขั้นต้นที่ยังอยู่ในทิศทางที่ดี
ด้านกำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 11.04 ล้านบาท ลดลง 0.12 ล้านบาท หรือ 1.08% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีแรงกดดันจากต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นตามการปรับราคาสินค้าของผู้จัดจำหน่าย และการชะลอคำสั่งซื้อของลูกค้าบางกลุ่ม อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงรักษาระดับรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นได้ดี สะท้อนความแข็งแกร่งของฐานธุรกิจท่ามกลางความท้าทายของตลาด
สำหรับทิศทางครึ่งปีหลัง SCL เดินหน้าขยาย Product Portfolio เพิ่มแบรนด์และผลิตภัณฑ์ที่มีศักยภาพ รวมถึงขยายช่องทางการขาย เพื่อรองรับความต้องการของตลาดและเพิ่มโอกาสในการขยายฐานลูกค้า โดยปัจจุบันบริษัทฯ มีสินค้าอะไหล่รถยนต์มากกว่า 200,000 รายการ ครอบคลุมทั้งผลิตภัณฑ์อะไหล่รถยนต์ภายใต้ตราสินค้าของค่ายรถยนต์ต่างๆและอะไหล่ทดแทน ซึ่งเป็นจุดแข็งสำคัญในการรองรับความต้องการของลูกค้าที่หลากหลาย
ขณะเดียวกัน บริษัทฯ เดินหน้าต่อยอดธุรกิจสู่ Automotive Part Solution Provider มุ่งพัฒนาสินค้า บริการ และระบบการจัดจำหน่ายให้ครอบคลุมมากขึ้น พร้อมนำเทคโนโลยีและระบบบริหารจัดการเข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพ เพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจและสร้างโอกาสทางรายได้ใหม่ในอนาคต
นายสกล กล่าวเสริมว่า ตลาดอะไหล่รถยนต์ยังมีปัจจัยสนับสนุนจากจำนวนรถยนต์สะสมในประเทศที่อยู่ในระดับสูง ประกอบกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่มีแนวโน้มใช้งานรถยนต์เป็นระยะเวลานานขึ้น ส่งผลให้ความต้องการซ่อมบำรุงและเปลี่ยนอะไหล่ยังมีอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ภาวะสินเชื่อรถยนต์ที่ยังเข้มงวด ทำให้ผู้บริโภคบางส่วนเลือกใช้รถยนต์คันเดิมต่อไป ซึ่งเป็นโอกาสของตลาด Aftermarket และธุรกิจอะไหล่รถยนต์
ทั้งนี้ SCL ตั้งเป้ารายได้ปี 2569 อยู่ที่ 2,050 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าขยายพอร์ตสินค้าและช่องทางจำหน่าย ควบคู่กับการยกระดับสู่ Automotive Part Solution Provider โดยมุ่งบริหารการเติบโตอย่างสมดุล ทั้งการเพิ่มยอดขาย การบริหาร Product Mix และ Margin การควบคุมต้นทุน และการนำเทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของฐานธุรกิจและผลักดันการเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืนในระยะยาว
ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 ในอัตรา 0.046 บาทต่อหุ้น โดยกำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) วันที่ 24 สิงหาคม 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลวันที่ 8 กันยายน 2569 ตอกย้ำแนวทางการบริหารงานที่มุ่งสร้างผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้นอย่างสม่ำเสมอ ควบคู่กับการรักษาความแข็งแกร่งของผลการดำเนินงานและฐานะทางการเงิน