“บมจ.ที.เค.เอส.เทคโนโลยี หรือ TKS” ประกาศงบไตรมาส 2/2569 กำไรแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิส่วนผู้ถือหุ้นใหญ่พุ่งแตะ 168.9 ล้านบาท โตทะยาน 1,311% ทำรายได้รวม 415 ล้านบาท โต 26% จากงวดเดียวกันของปีก่อน ได้รับแรงหนุนหลักมาจากการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม 85.6 ล้านบาท รวมทั้งประสิทธิภาพการบริหารและการปรับโครงสร้างธุรกิจเชิงกลยุทธ์เข้ากับเทคโนโลยีและสภาพเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงทำให้บริษัททั้งเครือเติบโตขึ้นทั้งผลประกอบการและกำไร ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นยืนระดับแข็งแกร่งที่ 38.1% จากการมุ่งเน้นขยายกลุ่มธุรกิจที่มีศักยภาพในการเติบโต และควบคุมต้นทุนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 0.12 บาทต่อหุ้น ประเมินแนวโน้มธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลังเติบโตต่อเนื่องจากครึ่งปีแรกที่ผ่านมา พร้อมรักษาอัตรากำไรขั้นต้นทั้งปีให้อยู่ที่ระดับ 35% จากการมุ่งเน้นธุรกิจ High Margin และเทคโนโลยีแพลตฟอร์ม ภายใต้วิสัยทัศน์ “Tech Ecosystem Builder”
นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ที.เค.เอส.เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ TKS ผู้ประกอบธุรกิจ Security Printing ครบวงจรรายใหญ่ของประเทศ เปิดเผยถึง ภาพรวมผลประกอบการของบริษัทฯ และบริษัทย่อยในงวดไตรมาส 2/2569 สะท้อนความแข็งแกร่งของโครงสร้างธุรกิจและพอร์ตการลงทุน มีกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นใหญ่จำนวน 168.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 1,311.03% จากงวดเดียวกันของปีก่อน ปัจจัยสนับสนุนสำคัญจากการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม 85.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 106% จากงวดเดียวกันของปีก่อน โดยเฉพาะการลงทุนเชิงกลยุทธ์ในกลุ่มเทคโนโลยีและ IT Ecosystem
ขณะที่กำไรสุทธิจากการดำเนินงานอยู่ที่ 62.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 71.1% จากงวดเดียวกันของปีก่อน เป็นผลมาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นจากรายได้การขายและบริการ
โดยรายได้จากการขายและบริการ ณ สิ้นไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 415 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 85.6 ล้านบาท หรือ 26% จากงวดเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้ที่เพิ่มขึ้นมาจากงานโครงการพิเศษกลุ่มธุรกิจการพิมพ์ กลุ่มบรรจุภัณฑ์และฉลาก และกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีแพลตฟอร์มที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม บริษัทมีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ระดับ 38.1% เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 35.5% สาเหตุเกิดจากโครงการพิเศษกลุ่มธุรกิจงานพิมพ์เพิ่มขึ้น เนื่องจากกลุ่มงาน Security Solution มีอัตรากำไรขั้นต้นค่อนข้างสูง แต่ทั้งนี้ บริษัทยังคงบริหารต้นทุนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมุ่งเน้นการขยายกลุ่มธุรกิจที่มีศักยภาพในการเติบโต (Growth Business) ได้แก่ ธุรกิจเทคโนโลยีแพลตฟอร์ม ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูง
“ผลการดำเนินงานออกมาเป็นที่น่าพอใจ สะท้อนถึงความสำเร็จเชิงกลยุทธ์รวมถึงความแข็งแรงของโครงสร้างธุรกิจและพอร์ตการลงทุน โดยการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม 85.8 ล้านบาท ผลประกอบการและบริษัทในเครือดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดมีการปรับโครงสร้างเป็นกลุ่ม เข้ากับเทคโนโลยีและสภาพเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงทำให้บริษัททั้งเครือเติบโตขึ้นทั้งผลประกอบการและกำไรที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งทั้งหมดนี้สะท้อนทิศทางการเติบโตที่มีคุณภาพ และต่อยอดสู่การขยายธุรกิจในกลุ่มที่มีอัตรากำไรสูงมากขึ้นในอนาคต” นายสุพันธุ์ กล่าว
สำหรับผลประกอบการบริษัทฯ และบริษัทย่อยในงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 มีกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นใหญ่จำนวน 320.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 266% จากงวดเดียวกันของปีก่อน และปัจจัยสนับสนุนสำคัญจากการรับรู้ ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม 171 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 142.3% จากงวดเดียวกันของปีก่อน
ขณะที่กำไรสุทธิจากการดำเนินงานอยู่ที่ 135.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 52.5% จากงวดเดียวกันของปีก่อน เป็นผลมาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นจากรายได้การขายและบริการ โดยรายได้จากการขายและบริการอยู่ที่ 829.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.9% จากงวดเดียวกันของปีก่อน มีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ระดับ 38.5% เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 35.4%
ทั้งนี้ เพื่อเป็นการตอบแทนผู้ถือหุ้นที่สนับสนุนบริษัทด้วยดีเสมอมา ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลเป็นเงินสดจากผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 ในอัตรา 0.12 บาทต่อหุ้น โดยกำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) วันที่ 19 สิงหาคม 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลวันที่ 4 กันยายน 2569 สะท้อนความมุ่งมั่นในการสร้างผลตอบแทนที่ดีให้แก่ผู้ถือหุ้น ภายใต้การดำเนินงานและฐานะการเงินที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง
สำหรับแนวโน้มธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2569 ประเมินว่ายังมีการเติบโตที่ดีต่อเนื่องจากช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา จากการที่ TKS ได้วางเป้าหมายสร้างความยั่งยืนผ่านกลยุทธ์ “Technology for the future” โดยมุ่งเน้นการขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยการเชื่อมโยงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายเข้ากับเทคโนโลยี (Driving sustainable growth by connecting every stakeholder with technology) เติบโตในกลุ่มธุรกิจ ได้แก่ กลุ่มงานพิมพ์ และ กลุ่มธุรกิจ IT Digital Ecosystem กลุ่มธุรกิจ E-commerce, คลังสินค้าและโลจิสติกส์ และกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีแพลตฟอร์ม และกลุ่มธุรกิจการลงทุนเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันโดยรวม สำหรับรักษาฐานธุรกิจเดิมควบคู่ไปกับการหาพันธมิตร พร้อมรักษาอัตรากำไรขั้นต้นในปี 2569 ให้อยู่ที่ระดับ 35% และรายได้ที่เติบโตขึ้นเป็นดับเบิลดิจิต สะท้อนความแข็งแกร่งของธุรกิจและประสิทธิภาพในการดำเนินงานที่ดีขึ้น