บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SYNEX โชว์ผลการดำเนินงานแข็งแกร่ง กำไรสุทธิไตรมาส 2 และงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 เติบโต 17.8% และ 17.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สูงกว่าการเติบโตของรายได้อย่างมีนัยสำคัญ พร้อมประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 0.10 บาทต่อหุ้น สะท้อนความสำเร็จของกลยุทธ์การยกระดับ Product Mix และการเติบโตของกลุ่ม IT Commercial และ Enterprise Solution ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีมูลค่าเพิ่มสูง บริษัทฯ เดินหน้าต่อยอด New Growth Engine ทั้ง AI Infrastructure, Cloud, Energy Solution และ Device-as-a-Service ควบคู่กับการขยายความร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลก ได้แก่ Honeywell, LONGi และ MAXHUB เพื่อเพิ่มสัดส่วนธุรกิจที่มีอัตรากำไรสูง สร้างฐานรายได้ประจำ (Recurring Revenue) และผลักดันการเติบโตอย่างมีคุณภาพในระยะยาว
นางสาวสุธิดา มงคลสุธี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งปีแรกบริษัทเดินหน้าขับเคลื่อน Business Transformation อย่างต่อเนื่อง ผ่านการยกระดับจากผู้จัดจำหน่ายสินค้าไอที สู่การเป็น Digital Infrastructure Platform เพื่อรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจ AI โดยมุ่งเพิ่มสัดส่วนธุรกิจที่มีมูลค่าเพิ่ม ควบคู่กับการขยายเครือข่ายพันธมิตรเทคโนโลยีระดับโลก เพื่อสร้างการเติบโตที่มีคุณภาพในระยะยาว
สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2569 บริษัทมีกำไรสุทธิ 224 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 1.1% จากไตรมาสก่อน ขณะที่มีรายได้จากการขายและบริการ 11,810 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้งวด 6 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทมีกำไรสุทธิ 445 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.7% และมีรายได้รวม 23,122 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนการเติบโตของกำไรในอัตราที่สูงกว่ารายได้อย่างมีนัยสำคัญ
การเติบโตดังกล่าวได้รับแรงสนับสนุนจากความต้องการสินค้าเทคโนโลยี โดยเฉพาะการขยายตัวของธุรกิจ IT Commercial และ Enterprise Solution ซึ่งเติบโต 43.1% และ 11.3% ตามลำดับ และมีสัดส่วนรายได้รวมมากกว่า 20% ของรายได้บริษัทในไตรมาส 2/2569 สอดคล้องกับความต้องการ Commercial PC การเปลี่ยนผ่านสู่ Windows 11 และ AI PC ตลอดจนการลงทุนด้าน AI Infrastructure, Cloud และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของภาครัฐและภาคเอกชน
ขณะเดียวกัน บริษัทสามารถยกระดับคุณภาพกำไรผ่านการบริหาร Product Mix ไปสู่กลุ่มสินค้าโซลูชันและบริการที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้กำไรขั้นต้นไตรมาส 2 อยู่ที่ 468 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.0% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และผลักดันอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 3.96% จาก 3.83% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 3.87% ในไตรมาสก่อน เข้าใกล้เป้าหมายที่ระดับ 4.0% สำหรับปี 2569 พร้อมการเพิ่มสัดส่วนรายได้ประจำ (Recurring Revenue) และสนับสนุนการเติบโตของคุณภาพกำไรในระยะยาว
ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 ในอัตรา 0.10 บาทต่อหุ้น โดยกำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) วันที่ 19 สิงหาคม 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลวันที่ 2 กันยายน 2569 สะท้อนความมุ่งมั่นในการสร้างผลตอบแทนที่ดีให้แก่ผู้ถือหุ้น ภายใต้การดำเนินงานและฐานะการเงินที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ดี ในช่วงครึ่งปีหลังบริษัทเตรียมต่อยอดการเติบโตผ่านการขับเคลื่อน New Growth Engine โดยมุ่งขยายธุรกิจ AI Infrastructure, Enterprise Solution, Cloud Platform, AI Workplace, Managed Services, Energy Infrastructure และ Device-as-a-Service เพื่อรองรับโอกาสการเติบโตของอุตสาหกรรมเทคโนโลยี และสนับสนุนกลุ่มธุรกิจ Commercial และ Enterprise รองรับความต้องการของลูกค้าองค์กรและภาครัฐ
ขณะเดียวกัน บริษัทยังเดินหน้าขยายธุรกิจ Energy Solution ให้เป็นอีกหนึ่ง New Growth Engine ผ่านการสร้าง Solar Ecosystem แบบครบวงจร ล่าสุดได้ผนึกความร่วมมือกับ LONGi เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของพอร์ตผลิตภัณฑ์ และต่อยอดการให้บริการแบบ End-to-End ครอบคลุมทั้งตลาดผู้แทนจำหน่าย Modern Trade และโครงการสำหรับลูกค้าองค์กร รองรับโอกาสการเติบโตของธุรกิจพลังงานสะอาดในระยะยาว
นอกจากนี้ บริษัทได้ขยาย Ecosystem ผ่านพันธมิตรใหม่ ได้แก่ Honeywell และ MAXHUB ซึ่งจะเข้ามาเสริมพอร์ตธุรกิจในกลุ่มโซลูชันสำหรับองค์กร สอดรับแนวโน้มการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและการยกระดับการทำงานของภาคธุรกิจยุคใหม่
สำหรับแนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลัง บริษัทคาดว่าจะได้รับแรงสนับสนุนจากช่วง High Season ของธุรกิจเทคโนโลยี การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ การทยอยฟื้นตัวของ Supply รวมถึงการลงทุนด้าน AI Infrastructure และ Digital Infrastructure ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะช่วยผลักดันการเติบโตของธุรกิจหลัก และต่อยอดการขยายตัวของกลุ่ม Commercial และ Enterprise อย่างต่อเนื่อง
“วันนี้ SYNEX กำลังสร้างความพร้อมของ IT Ecosystem เพื่อรองรับโลกเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จากเดิมที่เราเป็นผู้เชื่อมโยงแบรนด์เทคโนโลยีระดับโลกมาสู่ตลาด วันนี้เรากำลังก้าวไปอีกขั้นสู่การส่งมอบสินค้า โซลูชัน และบริการในรูปแบบ As-a-Service ที่สามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างครบวงจร เป้าหมายของเราจึงไม่ใช่เพียงการเติบโตของรายได้ แต่คือการยกระดับคุณภาพกำไร เพิ่มสัดส่วนธุรกิจที่มีมูลค่าเพิ่ม และสร้างฐานรายได้ประจำ โดยในปีนี้ตั้งเป้าผลักดันอัตรากำไรขั้นต้นสู่เป้าหมาย 4.0% และเดินหน้าสู่เป้าหมายรายได้ที่ 53,000 ล้านบาท เพื่อให้ SYNEX ก้าวสู่การเป็น No.1 IT Ecosystem ที่พร้อมขับเคลื่อนการเติบโตของลูกค้า พันธมิตร และอุตสาหกรรมเทคโนโลยีไทยไปพร้อมกันอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน” นางสาวสุธิดากล่าว
