กรุงเทพฯ, กรกฎาคม 2569 — YellowTire.com แพลตฟอร์มยางรถยนต์ออนไลน์ เปิดเผยรายงาน Thailand Tires Market Review ครึ่งปีแรก 2569 (มกราคม–มิถุนายน 2569) สะท้อนภาพการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของตลาดยางรถยนต์ไทย โดยความต้องการยางสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ขณะที่การแข่งขันของแบรนด์ยางกระจายตัวมากขึ้น ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการเปรียบเทียบราคา สมรรถนะ และความเหมาะสมกับรถแต่ละรุ่น มากกว่าการยึดติดกับแบรนด์เพียงอย่างเดียว
รายงานระบุว่า ตลาดยางรถยนต์ออนไลน์ไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุค Data-Driven Tire Market อย่างชัดเจน ซึ่งข้อมูลพฤติกรรมการค้นหาและเปรียบเทียบสินค้าบนช่องทางดิจิทัล เริ่มสะท้อนทิศทางความต้องการของผู้บริโภคได้รวดเร็วกว่าตัวเลขยอดขายในตลาด ทำให้ข้อมูลเชิงพฤติกรรมกลายเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับร้านยาง ผู้ผลิต และผู้จัดจำหน่ายในการวางแผนธุรกิจ
- ความสนใจยางรถ EV โตเกือบเท่าตัวในรอบปี
หนึ่งในสัญญาณสำคัญของครึ่งปีแรก คือการเติบโตของกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า โดยเดือนมิถุนายน 2569 กลุ่ม EV มีสัดส่วนการค้นหายางสูงถึง 67.54% เพิ่มขึ้นจาก 37.62% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน สอดคล้องกับจำนวนรถ EV ที่จดทะเบียนในช่วงปี 2565–2567 ซึ่งเริ่มทยอยเข้าสู่รอบเปลี่ยนยางชุดแรก
ขณะเดียวกัน ตลาดยังแสดงสัญญาณกลับเข้าสู่ความสมดุลมากขึ้น เมื่อความสนใจในกลุ่มรถยนต์นั่ง (Passenger Car) เพิ่มเป็น 14.02% และรถกระบะ (Light Truck) เพิ่มเป็น 12.68% สะท้อนว่าความต้องการไม่ได้กระจุกอยู่เฉพาะรถ EV แต่ขยายครอบคลุมรถยนต์นั่ง รถกระบะ SUV และ PPV มากขึ้น
- ขนาดยางและรุ่นรถยอดนิยมสะท้อนการเติบโตของ SUV และ EV
ข้อมูลครึ่งปีแรกพบว่า 265/60R18 ยังคงเป็นขนาดยางที่ได้รับความสนใจสูงสุด และทำสถิติสูงสุดในรอบ 13 เดือน สะท้อนความแข็งแกร่งของตลาดรถกระบะและ PPV เช่น Toyota Fortuner, Hilux Revo, Isuzu D-Max, MU-X, Ford Everest และ Mitsubishi Pajero
ขณะเดียวกัน ขนาด 185/60R15 ซึ่งเป็นขนาดหลักของรถยนต์นั่งขนาดเล็ก ยังรักษาระดับความนิยมได้ต่อเนื่อง แสดงให้เห็นว่าตลาดรถยนต์นั่งยังคงมีฐานผู้ใช้ขนาดใหญ่ แม้กลุ่ม EV จะเติบโตอย่างรวดเร็ว
อีกหนึ่งแนวโน้มที่ชัดเจนคือการเติบโตของรถล้อขนาดใหญ่ โดยความสนใจยางขอบ 19 นิ้ว และ 20 นิ้ว เพิ่มขึ้นต่อเนื่องเมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนการขยายตัวของตลาด SUV, Crossover และรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่
ด้านรุ่นรถที่ถูกค้นหายางมากที่สุดในเดือนมิถุนายน 2569 ได้แก่
- Toyota Fortuner
- Honda HR-V
- BYD Dolphin
- BYD ATTO 3
สะท้อนการผสมผสานของความต้องการจาก 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ รถ PPV/SUV รถ Crossover และรถยนต์ไฟฟ้า
- Yokohama ขึ้นอันดับ 1 ด้าน Consideration Share ครั้งแรก แบรนด์ทางเลือกเติบโตต่อเนื่อง
ผลการวิเคราะห์ Consideration Share บนแพลตฟอร์ม พบว่า Yokohama ขึ้นเป็นแบรนด์ที่ได้รับความสนใจสูงสุดในช่วงครึ่งปีแรก ด้วยสัดส่วน 13.48% ตามด้วย Bridgestone 9.50% และ Michelin 8.46%
ขณะเดียวกันจากรายงานพบว่า ส่วนแบ่งความสนใจรวมของ 3 แบรนด์หลัก ลดลงจากมากกว่า 40% ในปี 2568 เหลือประมาณ 27% ในเดือนมิถุนายน 2569 สะท้อนว่าผู้บริโภคเปิดรับแบรนด์ยางทางเลือกมากขึ้น และให้ความสำคัญกับความคุ้มค่า สมรรถนะ และความเหมาะสมกับการใช้งาน มากกว่าความเป็นแบรนด์เพียงอย่างเดียว
แบรนด์ระดับกลางและกลุ่ม Value เช่น Otani, Maxxis, Toyo Tires, Continental, Goodyear และ Lenso ต่างมีบทบาทเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ร้านยางต้องเพิ่มตัวตนบนออนไลน์ พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจด้วยข้อมูล
นายวิทยา คุณาวิชยานนท์ ผู้ก่อตั้ง YellowTire กล่าวว่า
ข้อมูลครึ่งปีแรกสะท้อนว่าผู้บริโภคไทยไม่ได้เลือกซื้อยางจากแบรนด์หรือราคาที่ถูกที่สุดเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มค้นหายางที่เหมาะกับรถของตัวเอง เปรียบเทียบราคา อ่านข้อมูล และเลือกร้านที่พร้อมให้บริการจริง การมีตัวตนบนออนไลน์และการใช้ข้อมูลพฤติกรรมลูกค้าจึงกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการแข่งขันของธุรกิจร้านยาง
YellowTire มองว่า ในภาวะที่กำลังซื้อยังชะลอตัว ร้านยางควรเร่งปรับตัวใน 4 ด้านสำคัญ ได้แก่
- สร้างการมองเห็นบนช่องทางออนไลน์ เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคตั้งแต่ขั้นตอนค้นหาและเปรียบเทียบ
- ใช้ข้อมูลความต้องการของแต่ละพื้นที่ในการบริหารสต็อก แทนการอาศัยประสบการณ์เพียงอย่างเดียว
- เตรียมสินค้าให้รองรับลูกค้ารถ EV ที่กำลังเข้าสู่รอบเปลี่ยนยางชุดแรก
- จัดพอร์ตสินค้าให้ครอบคลุมทั้งกลุ่ม Premium, Medium และ Value เพื่อรองรับผู้บริโภคที่เปรียบเทียบมากขึ้น
นอกจากนี้ รายงานยังพบว่า Demand ออนไลน์ในต่างจังหวัดเติบโตต่อเนื่อง โดยสัดส่วนการค้นหาจากกรุงเทพฯ ลดลงเหลือ 35.22% ขณะที่จังหวัดนครราชสีมา ชลบุรี เชียงใหม่ และขอนแก่น มีการค้นหายางบนออนไลน์เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน สะท้อนโอกาสของร้านยางในหัวเมืองภูมิภาคที่สามารถเข้าถึงลูกค้าผ่านช่องทางออนไลน์ได้มากขึ้น
- การทำการตลาดยางแบบเจาะกลุ่ม จะมาแทนที่ Mass Marketing
สำหรับผู้ผลิตและผู้นำเข้า รายงานชี้ว่าการทำตลาดแบบ Mass Marketing อาจไม่เพียงพออีกต่อไป เนื่องจากความต้องการของผู้บริโภคมีความเฉพาะเจาะจงมากขึ้น ทั้งการค้นหายางตามรุ่นรถ ขนาดยาง พื้นที่ และระดับราคา
YellowTire แนะนำให้ผู้ประกอบการใช้แนวทาง Car Model × Tire Size × Region × Price Tier เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการสื่อสารและเข้าถึงผู้บริโภคในช่วงที่กำลังค้นหาและตัดสินใจซื้อจริง
YellowTire ระบุว่าบริษัทฯได้ทำรายงาน Thailand Tires Market Review เป็นประจำทุกเดือน เพื่อสะท้อนทิศทางตลาดยางรถยนต์ออนไลน์ของไทย และสนับสนุนให้ร้านยาง ผู้ผลิต และผู้เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมใช้ข้อมูลเชิงพฤติกรรมในการวางแผนธุรกิจ การบริหารสต็อก และการพัฒนาช่องทางการขายแบบ O2O ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
หมายเหตุ: ข้อมูลในรายงานสะท้อนพฤติกรรมการค้นหา การเปรียบเทียบสินค้า (Digital Demand Signal และ Consideration Share) บนแพลตฟอร์ม YellowTire ไม่ใช่ข้อมูลยอดขายรวมของตลาดยางรถยนต์ไทย
