SINO เดินกลยุทธ์ครึ่งปีหลังมุ่งเสริมความแข็งแกร่งธุรกิจ รุกขยายพอร์ตรายได้กลุ่ม Air Freight และ Logistics Support ต่อเนื่อง

วันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม 2569 14:57

SINO เดินกลยุทธ์ครึ่งปีหลังมุ่งเสริมความแข็งแกร่งธุรกิจ รุกขยายพอร์ตรายได้กลุ่ม Air Freight และ Logistics Support ต่อเนื่อง

“บมจ.ไซโน โลจิสติกส์ คอร์ปอเรชั่น” หรือ SINO เดินกลยุทธ์ครึ่งปีหลังเสริมความแข็งแกร่งให้กับพอร์ตธุรกิจ เดินหน้าเพิ่มพอร์ตรายได้จากกลุ่มธุรกิจ Air Freight และ Logistics Support เพื่อสร้างสมดุลของพอร์ตรายได้และลดการพึ่งพาธุรกิจ Sea Freight ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัทฯ ในปัจจุบัน พร้อมต่อยอดการให้บริการโลจิสติกส์แบบครบวงจร รองรับการเติบโตของลูกค้าในระยะยาว

นายนันท์มนัส วิทยศักดิ์พันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทไซโน โลจิสติกส์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SINO เปิดเผยว่า แผนการดำเนินธุรกิจครึ่งปีหลังของปี 2569 จะมุ่งเสริมศักยภาพและความแข็งแกร่งแก่ธุรกิจบริการโลจิสติกส์ระหว่างประเทศครบวงจร โดยจะรุกขยายพอร์ตรายได้กลุ่มธุรกิจบริการขนส่งสินค้าทางอากาศ (Air Freight) และกลุ่มธุรกิจบริการสนับสนุนงานบริการโลจิสติกส์ (Logistics Support) อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยลดความผันผวนและลดการพึ่งพารายได้จากกลุ่มธุรกิจขนส่งสินค้าทางทะเล (Sea Freight) ที่เป็นรายได้หลักในปัจจุบัน

โดยกลุ่มธุรกิจ Air Freight จะเพิ่มบุคลากรฝ่ายขายในบริษัท เอ.เอส. โลจิสติกส์ จำกัด (ASL) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือที่ดำเนินธุรกิจบริการรับจัดการขนส่งสินค้าทางอากาศ (Air Freight Forwarder) เพื่อเพิ่มปริมาณงาน และขีดความสามารถการเป็นตัวแทนขายพื้นที่ระวางขนส่งสินค้าของสายการบินต่างๆ รวมถึงเสริมศักยภาพบริการโลจิสติกส์อย่างครบวงจร

ส่วนกลุ่มธุรกิจ Logistics Support หลังจากเปิดบริการคลังสินค้าใหม่เพิ่มขึ้นอีก 2 หลัง ประกอบด้วย คลังสินค้าปลอดอากร (Free Zone Warehouse) และคลังสินค้าทั่วไป (General Warehouse) ในทำเลใกล้ท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี เพื่อรองรับความต้องการเช่าพื้นที่ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ถือว่ามีผลตอบรับเป็นที่น่าพอใจจากผู้เช่า โดยคลังสินค้าปลอดอากรปัจจุบันมีอัตราการเช่าพื้นที่เกือบเต็ม 100% ขณะที่คลังสินค้าทั่วไปมีอัตราการเช่าพื้นที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และบริษัทฯ มีแผนเดินหน้าหาลูกค้าเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มอัตราการใช้พื้นที่ในอนาคต

นอกจากนี้ บริษัทฯ ศึกษาการลงทุนคลังสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่องจากปัจจุบันที่มีจำนวน 9 หลัง โดยวางแผนกระจายทำเลจากโซนท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี มายังพื้นที่กรุงเทพฯ รอบนอกหรือจังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเป็นเขตอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ที่มีความต้องการพื้นที่จัดเก็บสินค้าจากผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมต่างๆ

“จากปัจจุบันบริษัทฯ มีสัดส่วนรายได้จากกลุ่มธุรกิจ Air Freight และ Logistics Support รวมกันกว่า 6% ของรายได้จากการให้บริการ และจากกลยุทธ์ที่วางไว้ บริษัทฯ ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนดังกล่าวเป็นเกือบ 10% ภายในสิ้นปีนี้ เพื่อสร้างสมดุลของพอร์ตรายได้ ลดการพึ่งพาธุรกิจ Sea Freight และเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจในระยะยาว” นายนันท์มนัส กล่าว