ปอร์เช่ถ่ายทอดเรื่องราวแห่งประวัติศาสตร์มอเตอร์สปอร์ตผ่านนิทรรศการพิเศษ

วันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม 2569 15:35

ปอร์เช่ถ่ายทอดเรื่องราวแห่งประวัติศาสตร์มอเตอร์สปอร์ตผ่านนิทรรศการพิเศษ
  • นิทรรศการพิเศษเปิดให้เข้าชมถึงวันที่ 17 มกราคม 2027
  • จัดแสดงรถยนต์กว่า 30 คัน ตั้งแต่ปี 1951 จนถึงปัจจุบัน
  • กิจกรรม Raceborn Kids สำหรับเด็ก พร้อมการเสวนาเกี่ยวกับมอเตอร์สปอร์ตสำหรับผู้สนใจทุกวัย

นิทรรศการพิเศษ Raceborn 75 ปีแห่งปอร์เช่ มอเตอร์สปอร์ต ณ พิพิธภัณฑ์ปอร์เช่ ถ่ายทอดเรื่องราวสำคัญในประวัติศาสตร์ของปอร์เช่จนถึงวันที่ 17 มกราคม 2027 ผ่านการนำเสนอเรื่องราวใน 6 หัวข้อที่แตกต่างกัน รวมไปถึงกิจกรรม Raceborn Kids ที่ได้นำประเด็นสำคัญของนิทรรศการมาถ่ายทอดให้เด็ก ๆ ได้สัมผัสและเรียนรู้ผ่านกิจกรรมที่สนุกสนานและสร้างการมีส่วนร่วม

เมื่อ 75 ปีก่อน ปอร์เช่ได้เริ่มต้นบทบาทสำคัญที่หล่อหลอมตัวตนของปอร์เช่มาจนถึงปัจจุบัน ด้วยการก้าวเข้าสู่โลกของมอเตอร์สปอร์ต โดยปอร์เช่ 356 SL ที่ได้รับการสนับสนุนจากทีมโรงงาน สามารถคว้าชัยชนะครั้งแรกในรุ่นการแข่งขันของรายการ 24 Hours of Le Mans บนเวทีระดับนานาชาติ ซึ่งความสำเร็จครั้งนั้นกลายเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางในวงการมอเตอร์สปอร์ตที่ครอบคลุมทั้งการแข่งขันในสนาม การแข่งแรลลี่ การแข่งขันไต่เขา และการแข่งขันแบบเอ็นดูรานซ์ โดยปอร์เช่ยังคงให้ความสำคัญกับทั้งการแข่งขันโดยทีมโรงงานและการแข่งขันของลูกค้า ซึ่งยังคงเป็นหนึ่งในรากฐานสำคัญของปอร์เช่ มอเตอร์สปอร์ต (Porsche Motorsport) มาจนถึงปัจจุบัน พิพิธภัณฑ์ปอร์เช่จึงได้จัดนิทรรศการพิเศษ Raceborn 75 ปีแห่งปอร์เช่ มอเตอร์สปอร์ต เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวตลอดเส้นทางนี้ อาคิม สเตจสคาล (Achim Stejskal) ผู้อำนวยการฝ่ายมรดกและพิพิธภัณฑ์ของปอร์เช่ กล่าวว่า “ปอร์เช่คือมอเตอร์สปอร์ต และมอเตอร์สปอร์ตก็เป็นส่วนสำคัญที่หล่อหลอมตัวตนของปอร์เช่มาจนถึงทุกวันนี้ เราจึงได้จัดนิทรรศการพิเศษนี้ ขึ้นเพื่อถ่ายทอดมรดกอันทรงคุณค่านี้ควบคู่ไปกับวิสัยทัศน์ในอนาคต”

สำหรับนิทรรศการพิเศษครั้งนี้ พิพิธภัณฑ์ปอร์เช่ได้นำเสนอแนวคิดการออกแบบรูปแบบใหม่ โดยใช้ริบบิ้นสีแดงที่ทอดยาวผ่านพื้นที่จัดแสดงเหมือนกับในสนามแข่ง เพื่อถ่ายทอดความรู้สึกของความเร็วและความเร้าใจในการขับเคลื่อน โดยริบบิ้นเส้นนี้จะเคลื่อนไหวไปตามเส้นสายและระดับความลาดเอียงของอาคาร พร้อมนำผู้เข้าชมเดินทางผ่านพื้นที่จัดแสดง 6 หัวข้อ ได้แก่ ประเภทการแข่งขัน ความหลากหลาย นวัตกรรม เหตุการณ์สำคัญ บุคคลสำคัญ และกฎระเบียบ โดยแต่ละหัวข้อได้นำเสนอเรื่องราวของมอเตอร์สปอร์ตในแง่มุมที่แตกต่างกัน พร้อมสะท้อนให้เห็นว่ากฎระเบียบไม่ได้เป็นเพียงข้อจำกัด แต่ยังเป็นแรงผลักดันสำคัญที่นำไปสู่การพัฒนา พร้อมสะท้อนบทบาทสำคัญของการแข่งขันของลูกค้าที่สืบทอดมาอย่างยาวนานตลอดหลายทศวรรษ ธันยา ชไลเชอร์ (Tanja Schleicher) ผู้ดูแลนิทรรศการของพิพิธภัณฑ์ปอร์เช่ กล่าวว่า “นิทรรศการนี้เปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้สัมผัส 75 ปีแห่งมอเตอร์สปอร์ตของปอร์เช่ผ่านมุมมองที่หลากหลายและเปลี่ยนแปลงไปตลอดเส้นทาง เราตั้งใจนำเสนอเรื่องราวโดยไม่ได้เรียงลำดับเหตุการณ์ตามช่วงเวลา และถ่ายทอดมอเตอร์สปอร์ตในฐานะแนวคิดที่หล่อหลอมตัวตนของปอร์เช่ ซึ่งยังคงสร้างแรงบันดาลใจและเชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกัน โดยรถที่จัดแสดงแต่ละคันไม่ได้เป็นเพียงวัตถุจัดแสดง แต่ยังถ่ายทอดเรื่องราวในมุมมองที่กว้างขึ้น ทั้งในด้านเทคโนโลยี ประวัติศาสตร์ ประสบการณ์ที่สัมผัสได้และการเล่าเรื่อง”

การเชื่อมโยงระหว่างจุดเริ่มต้นและปัจจุบัน

รถยนต์จำนวน 31 คัน คือหัวใจสำคัญของนิทรรศการพิเศษครั้งนี้ แต่พิพิธภัณฑ์ปอร์เช่ไม่ได้นำเสนอรถแต่ละคันในฐานะวัตถุจัดแสดงเพียงอย่างเดียว เพราะรถทุกคันล้วนเป็นตัวแทนของเรื่องราวที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นรายการแข่งขัน ความท้าทายทางเทคนิค ช่วงเวลาทางประวัติศาสตร์ กฎระเบียบ หรือทีมแข่ง ชไลเชอร์ กล่าวว่า “รถทุกคันล้วนถ่ายทอดอีกหนึ่งแง่มุมของมอเตอร์สปอร์ต ตั้งแต่การพัฒนาโครงสร้างน้ำหนักเบา หลักการแอโรไดนามิก ไปจนถึงความทนทานที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการแข่งขัน” โดยตลอดทั้งนิทรรศการ รถแข่งในอดีตและปัจจุบันได้จัดแสดงเคียงข้างกันเพื่อสะท้อนความเชื่อมโยงระหว่างยุคสมัย โดยปอร์เช่ 356 SL เป็นตัวแทนของความสำเร็จครั้งแรกบนเวทีระดับนานาชาติ ขณะที่รถแข่งฟอร์มูล่า อี(Formula E) 99X Electric สะท้อนให้เห็นถึงวิวัฒนาการของมอเตอร์สปอร์ตภายใต้บริบทของเทคโนโลยีสมัยใหม่ ส่วนปอร์เช่ 963 นำเสนอโลกของรถต้นแบบและการแข่งขันเอ็นดูรานซ์ในปัจจุบัน และรถต้นแบบอย่าง เคย์แมน จีที 4 อี-เพอร์ฟอร์แมนซ์ (Cayman GT4 e-Performance) ยังสะท้อนบทบาทของมอเตอร์สปอร์ตในฐานะพื้นที่สำคัญสำหรับการพัฒนาและทดสอบเทคโนโลยีแห่งอนาคต ชไลเชอร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “รถเหล่านี้ไม่ได้เป็นตัวแทนของความแตกต่างระหว่างอดีตและอนาคต แต่รถแต่ละคันต่างสะท้อนคำตอบของแต่ละยุคสมัยต่อความท้าทายที่ต้องเผชิญ”

มอเตอร์สปอร์ตสำหรับทุกคน โดยไม่จำเป็นต้องมีความรู้พื้นฐานมาก่อน

เส้นทางการเยี่ยมชมนิทรรศการเริ่มต้นด้วยส่วนบทนำ ก่อนพาผู้เข้าชมไปทำความรู้จักกับประเภทการแข่งขันในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นฟอร์มูล่า อี การแข่งขันรถต้นแบบและเอ็นดูรานซ์ การแข่งขัน GT รายการแข่งแบบที่ใช้รถรุ่นเดียวกัน (One-Make Series) และมอเตอร์สปอร์ตระดับเริ่มต้น โดยแผนภาพพีระมิดมอเตอร์สปอร์ตจะช่วยอธิบายโครงสร้างของโลกการแข่งขันและส่วนที่อธิบายคำศัพท์สำคัญในโลกมอเตอร์สปอร์ตจะช่วยให้ผู้เข้าชมเข้าใจแนวคิดและคำศัพท์ต่าง ๆ ได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น นิทรรศการยังนำเสนอแนวคิดต่าง ๆ เช่น Balance of Performance ในรูปแบบที่เข้าใจง่าย พร้อมช่วยให้ผู้เข้าชมเข้าถึงเนื้อหาที่มีความซับซ้อนได้มากขึ้น นอกจากนี้ยังมีสื่อสามมิติที่จะช่วยให้ผู้เข้าชมเข้าใจกฎระเบียบของการแข่งขันแต่ละประเภทที่ส่งผลต่อการออกแบบและพัฒนารถแข่ง ภายในนิทรรศการยังมีภาพยนตร์ที่ถ่ายทอดเรื่องราวเบื้องหลังการทำงานของพิพิธภัณฑ์ปอร์เช่ พร้อมพาผู้เข้าชมไปสำรวจเบื้องหลังการดูแลรถแข่งประวัติศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นชิ้นส่วนใดที่ควรเก็บรักษาไว้ ชิ้นส่วนใดที่ควรได้รับการปรับปรุงใหม่ และการผสมผสานระหว่างร่องรอยการใช้งาน ความถูกต้องทางเทคนิค และการจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ได้อย่างไร

นิทรรศการได้นำผู้เข้าชมจากการสัมผัสประสบการณ์สู่ความเข้าใจ พร้อมเปิดมุมมองสู่โลกของมอเตอร์สปอร์ตในหลากหลายมิติ ทั้งผ่านภาพ พื้นที่จัดแสดง และประสบการณ์การรับรู้ ชไลเชอร์ กล่าวว่า “เราไม่ได้ต้องการอธิบายมอเตอร์สปอร์ต แต่ต้องการให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสและทำความเข้าใจผ่านมุมมองที่หลากหลาย เพราะเมื่อมุมมองเหล่านี้เชื่อมโยงเข้าด้วยกัน จึงจะเกิดความเข้าใจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น”

เปิดประสบการณ์ผ่านกิจกรรมพิเศษด้วยการเสวนาด้านมอเตอร์สปอร์ตและ Raceborn Kids

ตลอดทั้งปี พิพิธภัณฑ์ปอร์เช่จัดกิจกรรมเสวนาด้านมอเตอร์สปอร์ต 5 รอบในภาษาเยอรมัน โดยนำเสนอหัวข้อที่หลากหลาย ตั้งแต่รถแข่งประวัติศาสตร์ ฟอร์มูล่า อี ไปจนถึงเบื้องหลังการทำงานของวงการมอเตอร์สปอร์ต พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้แลกเปลี่ยนมุมมองกับผู้เชี่ยวชาญในแวดวง ผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับวิทยากรและข้อมูลบัตรเข้าร่วมงานเพิ่มเติมได้ทาง เว็บไซต์ของพิพิธภัณฑ์ปอร์เช่.

พร้อมกันนี้นิทรรศการยังออกแบบให้เหมาะสำหรับเด็กและเยาวชนโดยเฉพาะ ด้วยกิจกรรม Raceborn Kids ซึ่งนำเสนอกิจกรรมที่ช่วยให้เด็ก ๆ เข้าถึงโลกของมอเตอร์สปอร์ตได้อย่างสนุกสนาน ผ่านข้อมูลที่ออกแบบมาให้เหมาะกับเด็กในทุกจุดจัดแสดง ด้วยสื่อและกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้มีส่วนร่วม ประสบการณ์ด้านเสียงและการสัมผัส รวมถึงสื่อดิจิทัลที่ช่วยถ่ายทอดประเด็นสำคัญของนิทรรศการ โดยเด็ก ๆ จะได้ร่วมค้นหาคำตอบของคำถามต่าง ๆ เช่น สาเหตุที่น้ำหนักรถมีความสำคัญต่อรถแข่ง ทีมแข่งทำงานร่วมกันอย่างไรในการแข่งขัน 24 ชั่วโมง และสาเหตุที่กฎระเบียบส่งผลต่อการออกแบบและพัฒนารถแข่ง