พลิกโฉมมหาวิทยาลัยสู่ Smart Campus ด้วย Enterprise Architecture (EA) DPU จับมือ TCCtech วางรากฐานการศึกษาแห่งอนาคตในยุค AI

วันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม 2569 11:11

พลิกโฉมมหาวิทยาลัยสู่ Smart Campus ด้วย Enterprise Architecture (EA) DPU จับมือ TCCtech วางรากฐานการศึกษาแห่งอนาคตในยุค AI

ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของโลกดิจิทัล ความก้าวหน้าของปัญญาประดิษฐ์ (AI) และความคาดหวังของผู้เรียนที่เปลี่ยนแปลงไป มหาวิทยาลัยทั่วโลกกำลังเผชิญโจทย์สำคัญในการปรับบทบาทและรูปแบบการจัดการศึกษา เพื่อคงคุณค่าของการศึกษาและพัฒนาศักยภาพของนักศึกษาให้พร้อมรับความท้าทายในอนาคต

เมื่อเร็ว ๆ นี้ OPEN-TEC ศูนย์รวมองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยี (Tech Knowledge Sharing Platform) ภายใต้การดูแลของ TCC Technology Group ได้จัดเวทีเสวนา โดยได้รับเกียรติจาก อาจารย์ สัญญา เศรษฐพิทยากุล Assistant Vice Presidentมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับบทบาทของสถาปัตยกรรมองค์กร (Enterprise Architecture – EA) ในการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยยุคดิจิทัล ตลอดจนแบ่งปันแนวทางการนำ AI ข้อมูล และเทคโนโลยีนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาการเรียนการสอน การบริหารจัดการ และเสริมสร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่นักศึกษา

เปิดเบื้องลึกจากมุมมองเทคโนโลยีสู่การออกแบบคุณค่าองค์กร

ด้วยพื้นฐานด้านวิศวกรรมโทรคมนาคม บริหารธุรกิจ และจิตวิทยาองค์กร อาจารย์ สัญญา มีประสบการณ์ในการขับเคลื่อนโครงการ Digital Transformation และการบริหารจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ ทั้งด้าน Executive Dashboard และ Command Center รวมถึงการพัฒนา Mobile School Platform ให้แก่ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา  (กสศ.) เพื่อขยายโอกาสทางการศึกษาอย่างทั่วถึง

ประสบการณ์เหล่านี้หล่อหลอมมุมมองของอาจารย์ สัญญา ต่อ Enterprise Architecture (EA) ว่าไม่ใช่เพียงกรอบบริหารเทคโนโลยี แต่เป็นแนวคิดที่เชื่อมโยงคุณค่าองค์กร ระบบดิจิทัลและกายภาพ ตลอดจนบุคลากร ให้ทุกส่วนทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Enterprise Architecture (EA): พิมพ์เขียวแห่งคุณค่าของมหาวิทยาลัย

แม้คำว่า Enterprise Architecture (EA) อาจฟังดูเป็นเรื่องทางเทคนิค แต่ในความเป็นจริง แนวคิดนี้เปรียบเสมือน “พิมพ์เขียวแห่งคุณค่า” ขององค์กร สำหรับมหาวิทยาลัยเป้าหมายสำคัญคือการสร้างคุณค่าให้แก่ผู้เรียน ทั้งในด้านประสบการณ์การเรียนรู้ คุณภาพชีวิตระหว่างการศึกษา และความพร้อมในการประกอบอาชีพหลังสำเร็จการศึกษา แน่นอนว่าการสร้างคุณค่าเหล่านี้ต้องอาศัยองค์ประกอบหลายส่วนที่ทำงานร่วมกันอย่างสอดประสาน เริ่มจาก “กระบวนการทำงาน” ที่ได้รับการออกแบบให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตและพฤติกรรมของผู้คนในยุคดิจิทัล เพื่อให้บริการต่าง ๆ มีความสะดวก เชื่อมโยงถึงกัน และตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานได้ดียิ่งขึ้น อีกส่วนหนึ่งคือ “ระบบและแพลตฟอร์มดิจิทัล” ที่ช่วยสนับสนุนการดำเนินงานและการให้บริการของมหาวิทยาลัย รวมถึง “ข้อมูล” ซึ่งกลายเป็นทรัพยากรสำคัญในการสนับสนุนการตัดสินใจ การวางแผน และการพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันนั้น “สภาพแวดล้อมการเรียนรู้” ก็เป็นองค์ประกอบสำคัญที่เชื่อมโยงโลกกายภาพและโลกดิจิทัลเข้าด้วยกัน

“คน” องค์ประกอบสำคัญในการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัย

Intelligent Hybrid Classroom” ของ DPU ได้รับการออกแบบเพื่อรองรับรูปแบบการเรียนรู้สมัยใหม่ที่เน้นการมีส่วนร่วมของผู้เรียน มากกว่าการรับฟังการบรรยายเพียงอย่างเดียว เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้พัฒนาทักษะ 4C – คิดวิเคราะห์ (Critical Thinking),  ความคิดสร้างสรรค์ (Creativity), การสื่อสาร (Communication) และการทำงานร่วมกับผู้อื่น (Collaboration) โดยการออกแบบห้องเรียนจำเป็นต้องมีโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและระบบความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ที่ช่วยให้ทุกระบบสามารถดำเนินงานได้อย่างมั่นคง ปลอดภัย และน่าเชื่อถือ

อย่างไรก็ตาม องค์ประกอบที่สำคัญที่สุดยังคงเป็น “คน” เพราะไม่ว่าระบบจะได้รับการออกแบบไว้อย่างดีเพียงใด ก็ไม่อาจสร้างผลลัพธ์ที่แท้จริงได้ หากบุคลากรไม่ได้รับการสนับสนุนให้สามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีและสร้างคุณค่าได้อย่างเต็มศักยภาพ เมื่อทุกองค์ประกอบทำงานเชื่อมโยงและเกื้อหนุนกัน Enterprise Architecture (EA) จึงไม่ได้เป็นเพียงกรอบการจัดการด้านเทคโนโลยี แต่เป็นกลไกสำคัญที่ช่วยลดความซ้ำซ้อน เพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินงาน และยกระดับประสบการณ์ของนักศึกษา คณาจารย์ และบุคลากรทั่วทั้งมหาวิทยาลัย

รับมือการเปลี่ยนแปลงโลกการศึกษายุคใหม่ด้วยสถาปัตยกรรมองค์กร

ปัจจุบัน ภาคการศึกษากำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ทั้งจากการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในทุกมิติของการดำเนินงาน การเข้ามาของปัญญาประดิษฐ์ (AI) และความสำคัญของมุมมองด้านยั่งยืนที่เพิ่มมากขึ้น ปัจจัยเหล่านี้กำลังเปลี่ยนแปลงทั้งรูปแบบการเรียนรู้ วิธีการทำงาน และคุณลักษณะที่สังคมคาดหวังจากบัณฑิตในอนาคต

สำหรับ DPU หนึ่งในแนวทางสำคัญคือการพัฒนานักศึกษาให้มี “6 DPU DNA” ซึ่งเป็นชุดทักษะและคุณลักษณะที่จำเป็นสำหรับโลกอนาคต โดยมหาวิทยาลัยได้ร่วมมือกับคณาจารย์ในการออกแบบระเบียนแสดงผลการเรียนรูปแบบใหม่ ที่ไม่ได้สะท้อนเฉพาะผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการ แต่ยังแสดงพัฒนาการด้านทักษะสำคัญของผู้เรียนควบคู่กันไป แนวทางดังกล่าวช่วยให้นักศึกษามองเห็นเส้นทางการพัฒนาตนเองได้ชัดเจนขึ้น สามารถกำหนดเป้าหมายการเรียนรู้ได้อย่างเป็นระบบ และเตรียมความพร้อมสำหรับการทำงานในอนาคต นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยยังนำแนวคิดการสร้างแรงจูงใจผ่านกลไกของเกมส์มาประยุกต์ใช้ผ่านระบบ DPU Digital Avatar ซึ่งเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้รับคะแนนจากการเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้และกิจกรรมต่าง ๆ ภายในมหาวิทยาลัย เพื่อนำไปพัฒนาหรือปลดล็อกองค์ประกอบต่าง ๆ ของตัวแทนดิจิทัลประจำตัว เทคโนโลยีดังกล่าวไม่ได้ถูกออกแบบขึ้นเพื่อสร้างความสนุกเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นเครื่องมือในการส่งเสริมพฤติกรรมเชิงบวกและปลูกฝังจิตสำนึกด้านความยั่งยืนอีกด้วย

ตัวอย่างหนึ่งคือการติดตั้งอุปกรณ์ตรวจวัดอัจฉริยะเพื่อติดตามการใช้พลังงานภายในอาคาร หากมีการใช้ไฟฟ้านอกช่วงเวลาที่กำหนด ระบบจะแจ้งเตือนไปยังนักศึกษา ซึ่งสามารถเข้ามาปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าและสแกนรหัสยืนยันเพื่อรับคะแนนในระบบได้ แนวทางดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า เทคโนโลยีไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือสนับสนุนการเรียนรู้เท่านั้น แต่ยังสามารถสร้างการมีส่วนร่วม ปลูกฝังความรับผิดชอบ และส่งเสริมวัฒนธรรมแห่งความยั่งยืนภายในมหาวิทยาลัยได้อย่างเป็นรูปธรรม

AI กับอนาคตของการเรียนรู้

แม้ปัญญาประดิษฐ์จะเข้ามามีบทบาทสำคัญมากขึ้นทั้งในโลกการทำงานและการศึกษา แต่มนุษย์ยังคงมีความได้เปรียบในหลายด้านที่เทคโนโลยียังไม่สามารถทดแทนได้อย่างสมบูรณ์ โดย DPU ได้ให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมให้นักศึกษาสามารถทำงานร่วมกับ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ หนึ่งในตัวอย่างสำคัญคือ DPU AI Hub ซึ่งได้รับการออกแบบให้ AI ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงตอบคำถาม แต่ยังสามารถตั้งคำถามกลับเพื่อกระตุ้นการคิดวิเคราะห์และการเรียนรู้เชิงลึกของผู้เรียน

นอกจากนี้ ระบบยังเชื่อมโยงกับ DPU Point และ Digital Avatar โดยนักศึกษาสามารถนำคะแนนจากกิจกรรมการเรียนรู้มาแลกเป็นโทเคน (Token) สำหรับใช้งาน AI ส่งเสริมให้เกิดการใช้งานอย่างมีเป้าหมายและเกิดประโยชน์สูงสุด ในอนาคต DPU ยังมีแผนพัฒนา AI Buddy Application ที่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลจากระบบต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัย เพื่อสร้างคำแนะนำเฉพาะบุคคลสำหรับนักศึกษาแต่ละคน ช่วยสนับสนุนเส้นทางการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับศักยภาพ ความสนใจ และเป้าหมายของแต่ละบุคคล

ขณะที่ในด้านการบริหารจัดการภายในองค์กร AI ยังถูกนำมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลระบบเครือข่าย ช่วยวิเคราะห์ปัญหา ติดตามสถานะการทำงาน จัดการงานประจำ และสนับสนุนกระบวนการปรับปรุงการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่า Enterprise Architecture (EA) มีบทบาทสำคัญในการออกแบบระบบนิเวศที่ทำให้ AI กลายเป็นเครื่องมือในการเสริมศักยภาพของมนุษย์ มากกว่าการเข้ามาแทนที่มนุษย์

3E คุณสมบัติสำคัญของพันธมิตรในการสร้าง Smart Campus                     

การพัฒนา Smart Campus ไม่ได้เป็นเพียงการนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้งาน แต่เป็นการเปลี่ยนผ่านองค์กรในระยะยาวที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากพันธมิตรที่เข้าใจเป้าหมายของมหาวิทยาลัย และพร้อมเติบโตไปด้วยกัน โดยการทำงานร่วมกันระหว่าง DPU และ TCC Technology ได้ก้าวข้ามบทบาทของผู้ให้บริการ ไปสู่การเป็นผู้ร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงและขับเคลื่อนอนาคตร่วมกัน ผ่านคุณสมบัติสำคัญ 3 ประการ คือ “3Es”

Empathize คือความสามารถในการเข้าใจบริบท วัฒนธรรม และพันธกิจขององค์กรอย่างลึกซึ้ง เพื่อให้การพัฒนาเทคโนโลยีสอดคล้องกับเป้าหมายที่แท้จริงของมหาวิทยาลัย

Experience คือประสบการณ์จากการทำงานในหลากหลายอุตสาหกรรม ซึ่งช่วยนำแนวคิดและนวัตกรรมจากภาคส่วนอื่นมาประยุกต์ใช้กับภาคการศึกษาได้อย่างเหมาะสม

Envision คือการมีวิสัยทัศน์ร่วมกันในการมองอนาคต สามารถวางรากฐานและออกแบบการพัฒนาในระยะยาว เพื่อให้มหาวิทยาลัยสามารถเติบโตและปรับตัวได้อย่างต่อเนื่อง

ก้าวสู่อนาคตของ Smart Campus อย่างยั่งยืน

ท้ายที่สุด อาจารย์ สัญญา ได้ฝากมุมมองสำคัญว่า การสร้าง Smart Campus ไม่ได้เกิดขึ้นจากเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว หัวใจสำคัญคือการเชื่อมโยงผู้คน เป้าหมาย และสถาปัตยกรรมองค์กรให้ทำงานสอดประสานกันอย่างมีทิศทาง เมื่อผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน ประสบการณ์ในมหาวิทยาลัย ข้อมูล ระบบดิจิทัล และโครงสร้างพื้นฐาน ได้รับการออกแบบให้เชื่อมโยงกันอย่างเหมาะสม เทคโนโลยีจะไม่ใช่เพียงเครื่องมือสนับสนุนการดำเนินงาน แต่จะกลายเป็นพลังสำคัญในการยกระดับคุณภาพการศึกษา สร้างประสบการณ์ที่มีความหมาย และเตรียมความพร้อมให้คนรุ่นใหม่สามารถสร้างอนาคตที่ยั่งยืนร่วมกันได้

“Technology alone does not make a campus smart — people, purpose, and architecture do.”

หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งว่า ความเป็น Smart Campus ไม่ได้เกิดจากเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการผสานพลังของผู้คน เป้าหมาย และการออกแบบองค์กรที่เหมาะสมเข้าด้วยกัน

แหล่งที่มา

Opentalk EP. 56

Link: https://www.youtube.com/watch?v=oSNAiPy_Zuw