SKYWORTH Solar เปิดตัวกลยุทธ์ระดับโลกในงาน SNEC 2026 มุ่งเน้นการเติบโตในประเทศไทยอย่างก้าวกระโดด

วันจันทร์ที่ 8 มิถุนายน 2569 17:06

SKYWORTH Solar เปิดตัวกลยุทธ์ระดับโลกในงาน SNEC 2026 มุ่งเน้นการเติบโตในประเทศไทยอย่างก้าวกระโดด

SKYWORTH Solar เข้าร่วมงานแสดงสินค้าระดับโลก SNEC 2026 และจัดการประชุม Global Customer Summit ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมแห่งชาติ เมืองเซี่ยงไฮ้ บริษัทยังได้ประกาศจุดยืนอย่างเป็นทางการในฐานะ “ผู้นำระบบนิเวศพลังงานอัจฉริยะระดับโลก” ภายใต้แนวคิด “Go Global, Define the Next Five Years” 

ภายในงานนี้ SKYWORTH Solar ได้นำเสนอแผนกลยุทธ์ระยะ 5 ปีแก่ลูกค้า ตัวแทนจำหน่าย พันธมิตรทางธุรกิจ และตัวแทนภาคอุตสาหกรรมจากทั่วโลก โดยบริษัทได้ร่วมแบ่งปันวิสัยทัศน์การดำเนินธุรกิจระดับสากล ไม่ว่าจะเป็นโซลูชัน Solar-plus-Storage การพัฒนาโครงสร้างระบบผลิตไฟฟ้าแบบผสมผสานในรูปแบบ wind-solar-storage รวมไปถึงความสามารถในการประยุกต์ใช้พลังงานอัจฉริยะ และการนำรูปแบบการขยายธุรกิจในต่างประเทศมาปรับให้เหมาะสมกับท้องถิ่นนั้น ๆ 

ในงาน SNEC 2026 บริษัทได้จัดพื้นที่จัดแสดงขนาด 1,032 ตารางเมตร ณ SKYWORTH Module ฮอลล์ 8.2H โดยนำเสนอผลิตภัณฑ์ครบวงจร ได้แก่ แผงโซลาร์เซลล์ อินเวอร์เตอร์ ระบบกักเก็บพลังงาน และระบบติดตั้ง พร้อมทั้งโซลูชันอื่น ๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการตั้งแต่ภาคครัวเรือน ภาคพาณิชย์และอุตสาหกรรม ไปจนถึงสถานีผลิตไฟฟ้าขนาดใหญ่ 

ยิ่งไปกว่านั้น บริษัทยังนำเสนอความสามารถด้านบริการ EPC (Engineering Procurement and Construction) แบบครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่การจัดหาผลิตภัณฑ์ การออกแบบโซลูชัน การส่งมอบโครงการ ไปจนถึงการดูแลรักษาพลังงานในระยะยาว 

ในการประชุม Global Customer Summit คุณ Wanfei Qu ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ SKYWORTH Group ควบตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการของ SKYWORTH Solar ได้ขึ้นกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “From China to the World: SKYWORTH Solar Global Vision and the Path Forward” โดยได้อธิบายถึงกลยุทธ์การขยายธุรกิจไปยังหลายตลาดทั่วโลก พร้อมเน้นย้ำว่า การก้าวสู่ระดับสากลไม่ใช่เพียงทางเลือกในระยะสั้น แต่เป็นการต่อยอด DNA ของ SKYWORTH Group สู่การก้าวเป็นบริษัทระดับโลกที่มีมาอย่างยาวนาน SKYWORTH Solar ยังคงให้ความสำคัญกับกลยุทธ์ของตลาดต่างประเทศภายใต้แนวคิด “Global Vision, Local Execution” ร่วมมือกับพันธมิตรทั่วโลกเพื่อสร้างระบบพลังงานสะอาดที่ยั่งยืน โดยอาศัยจุดแข็งของแบรนด์ ศักยภาพผลิตภัณฑ์ ความเป็นเลิศด้านบริการ และพลังของระบบนิเวศเป็นปัจจัยหลัก 

เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้แก่เส้นทางการเติบโตในระดับสากล SKYWORTH Solar ได้ลงนามความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ JD International – JOYBUY เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของเส้นทางการขยายธุรกิจ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาช่องทางการจัดจำหน่ายทั่วโลก ภายหลังการลงนาม คาดว่าผลิตภัณฑ์โซลาร์เซลล์สำหรับระเบียงบ้านของบริษัท จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการบนแพลตฟอร์ม JOYBUY ของ JD.com ช่วงวันที่ 10 มิถุนายน 2569 ความร่วมมือนี้จะช่วยให้บริษัทสามารถเข้าถึงลูกค้าในต่างประเทศได้กว้างขึ้นผ่านช่องทางดิจิทัล รวมถึงทำให้ผลิตภัณฑ์และโซลูชันพลังงานอัจฉริยะเข้าถึงได้สะดวกขึ้นในตลาดโลก 

ในขณะที่การเปลี่ยนผ่านพลังงานระดับโลกเร่งตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว จากทั้งนโยบายและการแข่งขันทางเศรษฐกิจ SKYWORTH Solar จึงมุ่งเน้นตลาดสำคัญที่มีความต้องการพลังงานหมุนเวียนสูงและมีศักยภาพเติบโตระยะยาว เช่น ยุโรป เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตะวันออกกลาง และแอฟริกา ภายใต้บริบทที่กว่า 130 ประเทศทั่วโลก ต่างตั้งเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน ประกอบกับต้นทุนพลังงานแสงอาทิตย์ลดลงอย่างต่อเนื่อง จนส่งผลให้โซลาร์รูฟท็อปกลายเป็นโซลูชันหลักสำหรับภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจ บริษัทจึงเร่งขยายการใช้งานระบบโซลาร์แบบกระจายตัว ระบบกักเก็บพลังงานในที่อยู่อาศัย โซลาร์พร้อมกักเก็บสำหรับภาคพาณิชย์และอุตสาหกรรม รวมถึงบริการด้านพลังงานแบบครบวงจรในตลาดโลกอย่างเต็มกำลัง 

ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นหนึ่งในภูมิภาคสำคัญสำหรับกลยุทธ์ต่างประเทศของ SKYWORTH Solar ด้วยข้อได้เปรียบด้านปริมาณทรัพยากรแสงอาทิตย์ ความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น ต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้นจากภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม และการผลักดันจากนโยบายของภาครัฐ ทำให้ภูมิภาคนี้เหมาะกับการใช้โซลูชันโซลาเซลล์ทั้งแบบกระจายตัวและโซลาร์พร้อมระบบกักเก็บพลังงาน ภายใต้แนวคิดประจำภูมิภาคอย่าง “Southeast Asia: Better Living Through Solar” SKYWORTH Solar ยังให้ความสำคัญกับความน่าเชื่อถือของผลิตภัณฑ์ การยกระดับพลังงานในครัวเรือน การลดต้นทุนการใช้พลังงานของภาคธุรกิจ และการให้บริการตามแต่ละพื้นที่  

ในขณะเดียวกัน ประเทศไทย ถือเป็นหนึ่งในตลาดหลักที่สำคัญของ SKYWORTH Solar ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัทได้เปิดสำนักงานในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ณ อาคาร Empire Tower ในกรุงเทพฯ เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการขยายฐานธุรกิจเข้าสู่ระดับภูมิภาคมากขึ้น บริษัทมุ่งมั่นที่จะทำเข้าใจความต้องการของตลาดระดับท้องถิ่นมากยิ่งขึ้น พร้อมให้บริการแบบครบวงจรตั้งแต่การให้คำปรึกษา การดำเนินงานต่าง ๆ  ไปจนถึงบริการหลังการขาย รวมถึงสนับสนุนพันธมิตรธุรกิจ คลังสินค้า และการส่งมอบโครงการในประเทศอีกด้วย บริษัทได้ลงนามข้อตกลงร่วมกับ CapSolar ในการพัฒนาและขยายธุรกิจโครงการโซลาร์รูฟท็อปขนาด 100 เมกะวัตต์ ในภาคพาณิชย์และอุตสาหกรรมอย่างเป็นรูปธรรม 

สำหรับตลาดในประเทศไทย SKYWORTH Solar ยังคงเดินหน้าเสริมทัพทีมงานในท้องถิ่น เครือข่ายพันธมิตร ความร่วมมือทางการเงิน การพัฒนาโครงการ และระบบการบริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมมือกับพันธมิตรไทยในการคิดค้นโซลูชันพลังงานสะอาดที่ตอบโจทย์ความต้องการอันหลากหลายของกลุ่มลูกค้าภาคพาณิชย์และอุตสาหกรรม ก่อนหน้านี้ ณ กรุงเทพฯ SKYWORTH Solar ได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานในภูมิภาคผ่านนวัตกรรมทางเทคโนโลยี การจับมือกับพันธมิตรในประเทศ และโซลูชันทางการเงิน โดยนอกเหนือจากการเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์กับธนาคารไอซีบีซี (ICBC Thai) แล้ว บริษัทยังได้จัดตั้งกองทุนรวมมูลค่ากว่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเป็นฐานเงินทุนที่มั่นคงในการพัฒนาโครงการโซลาร์เซลล์ การส่งมอบงานในระดับท้องถิ่น และการขับเคลื่อนพลังงานสะอาดในระยะยาว ทั้งในประเทศไทยและตลาดต่างประเทศอื่น ๆ 

หนึ่งในผลงานความสำเร็จอันโดดเด่นในไทย คือ โครงการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปแบบกระจายศูนย์ขนาด 3 เมกะวัตต์ ให้แก่โรงงานเหล็ก UMC Steel ในจังหวัดชลบุรี ซึ่งกลายเป็นกรณีศึกษาที่สำคัญสำหรับภาคพาณิชย์และอุตสาหกรรม คาดว่าโครงการนี้จะสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าสะอาดได้ราว 4.422 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง ในปีแรก เพื่อใช้ในการดำเนินงานประจำวันของโรงงาน โดยโครงการนี้ดำเนินงานภายใต้โมเดล BOT (Build-Operate-Transfer) ซึ่ง SKYWORTH Solar เป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด ตั้งแต่การลงทุน การก่อสร้าง ไปจนถึงการดำเนินงานและการบำรุงรักษา สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพที่แท้จริงในการบริหารจัดการและส่งมอบโครงการในระดับท้องถิ่นของประเทศไทย 

ไม่เพียงแต่ภาคอุตสาหกรรมเท่านั้น สำหรับวิถีชีวิตคนเมืองและที่อยู่อาศัย SKYWORTH Solar ได้นำเสนอนวัตกรรมผลิตภัณฑ์น้ำหนักเบาที่ออกแบบมาเพื่อตลาดต่างประเทศโดยเฉพาะ ได้แก่ SolaMate ระบบโซลาร์เซลล์สำเร็จรูปบนระเบียงแบบโมดูลาร์สำหรับอพาร์ตเมนต์และที่อยู่อาศัยขนาดเล็ก ซึ่งชูจุดเด่นด้านความสะดวกสบายสามารถติดตั้งเสร็จสรรพได้ภายในเวลาเพียง 30 นาที และ SolaHome ระบบพลังงานอัจฉริยะสำหรับบ้านเรือน ที่ผสานการทำงานร่วมกับระบบกักเก็บพลังงานและระบบตรวจสอบอัจฉริยะ ช่วยให้การใช้พลังงานในบ้านมีประสิทธิภาพสูงสุดและเซฟค่าไฟได้อย่างเห็นผล 

การเข้าร่วมงานมหกรรม SNEC 2026 และการจัดงาน Global Customer Summit ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการเปิดตัวภาพลักษณ์ใหม่ของ SKYWORTH Solar ในฐานะผู้นำระบบนิเวศพลังงานอัจฉริยะระดับโลกอย่างเป็นทางการเท่านั้น แต่ยังเป็นการประกาศความพร้อมในการก้าวสู่เวทีระดับสากล 

ก้าวต่อไป SKYWORTH Solar จะยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าตามทิศทาง “Global Vision, Local Execution” เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์โซลาร์เซลล์ที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โมเดลธุรกิจที่ยืดหยุ่นกว่าเดิม และบริการพลังงานอัจฉริยะที่ครอบคลุมรอบด้านสู่ตลาดโลก ด้วยแรงหนุนจากเครือข่ายพันธมิตรที่แข็งแกร่งทั่วโลก ระบบการดำเนินงานในท้องถิ่นที่ยอดเยี่ยม และโซลูชันพลังงานผสมผสานที่ตอบโจทย์ทุกสถานการณ์ SKYWORTH Solar พร้อมแล้วที่จะจับมือกับลูกค้าและพันธมิตรทั่วโลก เพื่อขับเคลื่อนและแปรเปลี่ยน “แสงอาทิตย์ทุกลำแสง” ให้เกิดคุณค่าและประโยชน์สูงสุดแก่ทุกคน