กรมทรัพย์สินทางปัญญา ผนึกกำลังหน่วยงานไทย-ต่างประเทศ ทลายเครือข่าย “หนังเถื่อน” ข้ามพรมแดนไทย – มาเลย์

วันจันทร์ที่ 8 มิถุนายน 2569 16:07

กรมทรัพย์สินทางปัญญา ผนึกกำลังหน่วยงานไทย-ต่างประเทศ ทลายเครือข่าย “หนังเถื่อน” ข้ามพรมแดนไทย – มาเลย์

พร้อมยกระดับการคุ้มครองสิทธิของเจ้าของลิขสิทธิ์

กรมทรัพย์สินทางปัญญา ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) เจ้าหน้าที่องค์การตำรวจสากล (INTERPOL) เจ้าหน้าที่สํานักงานคุ้มครองลิขสิทธิ์แห่งเกาหลี (KCOPA) และตัวแทนผู้รับมอบอำนาจเจ้าของลิขสิทธิ์จัดชุดปฏิบัติการลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เข้าตรวจค้นและจับกุมผู้กระทำความผิดเครือข่ายเว็บไซต์ MyIPTV4K ที่ลักลอบเผยแพร่ภาพยนตร์ละเมิดลิขสิทธิ์ข้ามชาติเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นการกระทำที่ส่งผลกระทบต่อเจ้าของลิขสิทธิ์และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ตลอดจนสร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจดิจิทัลในหลายประเทศ

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า การปฏิบัติการครั้งนี้ เป็นการร่วมบูรณาการกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายระหว่างประเทศ ภายใต้โครงการI-SOP (INTERPOL – Stop Online Piracy) เช่น ตำรวจมาเลเซีย (Royal Malaysia Police) สำนักงานตำรวจแห่งชาติเกาหลีใต้ (KNPA) และเจ้าของลิขสิทธิ์ โดยได้ร่วมกันวิเคราะห์ข้อมูลและรวบรวมพยานหลักฐานทั้งทางดิจิทัลและเส้นทางการเงิน จนสามารถยื่นขอหมายค้นต่อศาลจังหวัดเชียงใหม่นำไปสู่การปฏิบัติการปราบปรามทลายเครือข่ายลักลอบเผยแพร่ภาพยนตร์ละเมิดลิขสิทธิ์ข้ามพรมแดนไทย – มาเลเซีย ซึ่งมีพฤติการณ์ลักลอบเผยแพร่ภาพยนตร์โดยไม่ได้รับอนุญาตผ่านระบบสมาชิกออนไลน์ โดยมีการดำเนินงานเชื่อมโยงข้ามพรมแดนระหว่างหลายประเทศ ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อเจ้าของลิขสิทธิ์และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในวงกว้าง

จากการตรวจค้นเป้าหมาย 2 จุดสำคัญในจังหวัดเชียงใหม่ ได้แก่ บริษัทแห่งหนึ่งในพื้นที่ตำบลสุเทพ และบ้านพักในพื้นที่ตำบลแม่เหียะ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้กระทำความผิด ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลระบบ (Admin) ในการจัดการระบบเข้ารับชมภาพยนตร์ออนไลน์แบบบอกรับสมาชิกให้กับผู้ให้บริการหลักที่ประเทศมาเลเซีย พร้อมยึดของกลาง อาทิ เอกสารบัญชี จำนวน 19 แผ่น หลักฐานการจ่ายเงินให้กับผู้ให้บริการแพลตฟอร์มคลาวด์คอมพิวติ้ง 4 แผ่น เอกสารเกี่ยวกับการรับส่งอีเมล์ที่ใช้งาน 22 แผ่น เอกสารสำเนาบัตรเครดิต 1 แผ่น โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก 1 เครื่อง และคอมพิวเตอร์ PC 1 เครื่อง เป็นต้น จึงได้ดำเนินคดีในฐานความผิด “ร่วมกันละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่นเพื่อการค้า ด้วยการทำซ้ำ ดัดแปลง และเผยแพร่ต่อสาธารณชน ซึ่งเป็นงานภาพยนตร์โดยไม่ได้รับอนุญาต” ซึ่งการปฏิบัติการครั้งนี้ สะท้อนถึงการยกระดับมาตรการเฝ้าระวังตามแนวชายแดนอย่างเข้มงวด เพื่อคุ้มครองอุตสาหกรรมภาพยนตร์ เจ้าของลิขสิทธิ์ และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศ

นางอรมน กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมฯ ขอเน้นย้ำว่าการเผยแพร่ภาพยนตร์หรือคอนเทนต์ที่มีลิขสิทธิ์โดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่ว่าจะเป็นการอัปโหลด ถ่ายทอด ส่งต่อ หรือแสวงหาประโยชน์ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์และมีความผิดตามกฎหมาย ซึ่งกรมฯ จะดำเนินการอย่างเข้มงวดและต่อเนื่องกับเครือข่ายละเมิดลิขสิทธิ์ทุกรูปแบบ นอกจากนี้ ในช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลกที่กำลังจะมาถึง กรมฯ จะเพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวัง ตรวจสอบ และบังคับใช้กฎหมายกับการลักลอบถ่ายทอดสดการแข่งขัน การเผยแพร่ลิงก์รับชมผิดกฎหมาย รวมถึงการนำภาพหรือคลิปการแข่งขันไปใช้เพื่อแสวงหาผลประโยชน์โดยไม่ได้รับอนุญาต เพื่อคุ้มครองสิทธิของเจ้าของลิขสิทธิ์อย่างเต็มที่ และสร้างสภาพแวดล้อมดิจิทัลที่เป็นธรรมต่อทุกภาคส่วน โดยกฎหมายได้กำหนดบทลงโทษสำหรับการละเมิดลิขสิทธิ์ไว้ โดยกรณีละเมิดลิขสิทธิ์ทั่วไป มีโทษปรับตั้งแต่ 20,000 – 200,000 บาท และหากเป็นการกระทำเพื่อการค้าหรือแสวงหากำไร อาจมีโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน – 4 ปี หรือปรับตั้งแต่ 100,000 – 800,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ทั้งนี้ กรมฯ ขอความร่วมมือจากประชาชนไม่สนับสนุนการรับชมหรือใช้บริการเว็บไซต์และแพลตฟอร์มที่ละเมิดลิขสิทธิ์ เพราะนอกจากจะเป็นการละเมิดสิทธิของผู้สร้างสรรค์และเจ้าของลิขสิทธิ์แล้ว ยังส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมสร้างสรรค์ การจ้างงาน และระบบเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวม อย่างไรก็ดี หากประชาชนพบเห็นการกระทำที่เข้าข่ายละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา สามารถแจ้งเบาะแสมายัง กองป้องปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา กรมทรัพย์สินทางปัญญา โทร. 02-547-4702สายด่วน 1368 หรือเว็บไซต์ www.ipthailand.go.th