กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 32.30-32.80 รอตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ

วันอังคารที่ 2 มิถุนายน 2569 11:05

กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า เงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 32.30-33.80 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดแข็งค่าที่ 32.57 บาท/ดอลลาร์ หลังซื้อขายในกรอบ 32.40-32.74 บาท/ดอลลาร์ เงินดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินสำคัญส่วนใหญ่ยกเว้นเยน ขณะที่ราคาน้ำมันดิบและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯปรับตัวลดลง แม้นักลงทุนไม่มั่นใจว่าสหรัฐฯและอิหร่านจะสามารถบรรลุข้อตกลงสันติภาพได้ในอนาคตอันใกล้หรือไม่ สื่อของสหรัฐฯรายงานว่าทั้งสองฝ่ายบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับบันทึกความเข้าใจซึ่งครอบคลุมถึงการขยายเวลาหยุดยิงออกไปอีก 60 วัน โดยช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาเปิดให้การขนส่งเชิงพาณิชย์ดำเนินการได้ และสหรัฐฯจะผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรบางส่วนต่ออิหร่าน ขณะที่อิหร่านจะให้คำมั่นว่าจะไม่พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงดังกล่าวยังคงต้องได้รับการอนุมัติจากประธานาธิบดีทรัมป์ ทางด้านสื่ออิหร่านรายงานว่าการเจรจายังไม่มีข้อสรุป ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทย 531 ล้านบาท แต่ซื้อพันธบัตร 16,744 ล้านบาท โดยในเดือนพฤษภาคม เงินบาทแข็งค่าเล็กน้อยราว 0.1%

สำหรับภาพรวมของตลาดในสัปดาห์นี้ กรุงศรีโกลบอลมาร์เก็ตส์ มองว่า ตลาดจะติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและราคาพลังงาน รวมถึงข้อมูลจ้างงานเดือนพฤษภาคมของสหรัฐฯ โดยหากตลาดแรงงานยังไม่มีสัญญาณแผ่วลงอย่างมีนัยสำคัญอาจทำให้เจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด)จำนวนมากขึ้นแสดงความกังวลต่อเงินเฟ้อมากกว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม แม้ดัชนีราคาค่าใช้จ่ายบริโภคพื้นฐาน (Core PCE) เพิ่มขึ้น 3.3% แต่ Warsh ประธานเฟดคนใหม่กล่าวในช่วงรับรองตำแหน่งว่าตัวชี้วัดแบบค่าเฉลี่ยที่ตัดข้อมูลสูงสุดและต่ำสุดออก (Trimmed Mean) สามารถสะท้อนเงินเฟ้อพื้นฐานได้ดี ทั้งนี้ Trimmed Mean ที่อ้างอิงจากเฟดสาขา Dallas ทรงตัวที่ 2.3% ติดต่อกันเป็นเดือนที่สาม ซึ่งถือเป็นตัวเลขสนับสนุนสำคัญหากเฟดต้องการสื่อสารว่าไม่รีบปรับขึ้นดอกเบี้ย

สำหรับปัจจัยในประเทศ ไทยขาดดุลบัญชีเดินสะพัด 7.6 พันล้านดอลลาร์ในเดือนเมษายน สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ยอดนำเข้าพุ่งขึ้น โดยธนาคารแห่งประเทศไทยประเมินว่าเศรษฐกิจจะอ่อนแรงลงต่อไป จำนวนนักท่องเที่ยวในเดือนเมษายนลดลง ขณะที่การบริโภคภาคเอกชนหดตัวท่ามกลางภาระค่าครองชีพที่สูงขึ้น ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ พัฒนาการของความขัดแย้ง โอกาสการเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ภาวะเอลนีโญ และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ