Dr.TATTOF คลินิกผู้นำอันดับ 1 ด้านการลบรอยสัก และรักษาแผลเป็นในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ประกาศปรับยุทธศาสตร์ครึ่งปีหลัง 2026 มุ่งยกระดับแนวทางจากคลินิกเลเซอร์ลบรอยสัก สู่การเป็นผู้นำในการ รักษาด้วยนวัตกรรมเลเซอร์ครบวงจร (Leader in Medical Laser Solutions) ขยายขีดความสามารถการรักษา นอกเหนือจากการลบรอยสัก เพิ่มนวัตกรรมเลเซอร์ให้ครอบคลุมทุกปัญหา ตอบรับความต้องการของผู้รับบริการ
นพ.นัทธพงศ์ จิรุระวงศ์ ประธานบริษัท Dr.TATTOF กล่าวว่า “จากความสำเร็จในการเป็นอันดับ 1 ด้านการลบรอยสัก ทำให้เรามีความเชี่ยวชาญในการใช้นวัตกรรมเลเซอร์ วันนี้ Dr.TATTOF พร้อมแล้วที่จะนำ ประสบการณ์การรักษาด้วยนวัตกรรมเลเซอร์ระดับ Gold Standard ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล มารุกตลาดการรักษาผิวอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อส่งมอบผลลัพธ์การรักษาที่ปลอดภัยและเห็นผล ครอบคลุมทั้งปัญหา รอยแผลเป็น รอยดำคล้ำ รอยแดงสิว รอยหลุมสิว รอยแตกลาย กำจัดขน รอยฝ้า/กระ และการฟื้นฟูยกกระชับผิว สู่การเป็นศูนย์รวมนวัตกรรมเลเซอร์ทางการแพทย์ที่ครบวงจรที่สุด”
ด้านการขับเคลื่อนองค์กรและการขยายตลาด คุณพงศยา ตราชูนิตย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายปฏิบัติการ Dr.TATTOF ได้กล่าวถึงทิศทางธุรกิจ และกลยุทธ์สำคัญที่จะช่วยตอกย้ำความเป็นอันดับหนึ่ง อย่างยั่งยืนว่า หัวใจหลักคือการสร้างมาตรฐาน ทั้งในแง่ของคุณภาพการรักษา การเลือกใช้นวัตกรรมเลเซอร์ การพัฒนาบุคลากร และการเข้าถึงผู้บริโภค
“ความท้าทายของตลาดความงามในปัจจุบัน คือ ความคาดหวังของผู้บริโภคที่สูงขึ้น และต้องการ ความรวดเร็วที่มาพร้อมกับความปลอดภัยสูงสุด กลยุทธ์ของ Dr.TATTOF ในปีนี้ จึงมุ่งเน้นการส่งมอบ “Excellent Service Behavior” หรือมาตรฐานการบริการที่เป็นเลิศที่ออกแบบเฉพาะบุคคล (Personalized) ควบคู่ไปกับการรักษามาตรฐานสถานพยาบาล นอกจากนี้ การรุกตลาดการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ที่สาขาเซ็นทรัล ภูเก็ต เฟสติวัล ถือเป็นหมุดชิ้นสำคัญที่เปิดประตูให้ Dr.TATTOF ไม่ได้เป็นเพียงผู้นำในไทย แต่กำลังก้าวสู่การเป็น Medical & Aesthetic Destination ในระดับสากล” คุณพงศยา กล่าว
ด้วยประสบการณ์การรักษาที่ยาวนาน ทีมแพทย์ที่เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ตลอดจนการเลือกใช้เครื่องมือ ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานสากล (US-FDA) ทำให้การปรับยุทธศาสตร์สู่การเป็นผู้นำในการรักษา ด้วยนวัตกรรมเลเซอร์ครบวงจรในครั้งนี้ของ Dr.TATTOF จะช่วยเปิดมิติใหม่ และยกระดับอุตสาหกรรม คลินิกความงามในประเทศไทยให้เทียบเท่าระดับโลกอย่างแน่นอน
