ลุยประมูลงานใหม่ เพิ่ม Recurring Income หนุนอนาคตเติบโตมั่นคง
บมจ.สุพรีม ดิสทิบิวชั่น (SPREME) สุดสตรอง! เปิดงบการเงินไตรมาส 1/69 มีรายได้ 377.11 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 112.06% กำไรสุทธิ 24.11 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.60% อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 15.04% หลังส่งมอบงานได้ตามแผน ฟากซีอีโอ “ภานุวัฒน์ ขันธโมลีกุล”ประเมินแนวโน้มไตรมาส 2/69 สดใส เร่งส่งมอบงานจาก Backlog ที่มีอยู่ 5,412.36 ล้านบาท ทยอยรับรู้รายได้ยาวถึงปี 74 พร้อมลุยประมูลงานใหม่ สร้าง Recurring Income หนุนอนาคตเติบโตมั่นคง
นายภานุวัฒน์ ขันธโมลีกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สุพรีม ดิสทิบิวชั่น จำกัด (มหาชน) (SPREME) ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและสื่อสาร ในฐานะผู้ออกแบบ จัดหา และติดตั้งอุปกรณ์ที่ใช้ในงานเทคโนโลยีสารสนเทศครบวงจร (System Integrator) รวมถึงให้บริการดูแลบำรุงรักษา ซ่อมแซม และให้เช่าระบบคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ต่อพ่วง เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ในไตรมาส 1/2569 (สิ้นสุด 31 มีนาคม 2569) บริษัทฯ มีรายได้รวม 377.11 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 199.28 ล้านบาท หรือ 112.06% มีกำไรสุทธิ 24.11 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.31 ล้านบาท หรือ 10.60% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน และมีอัตรากำไรขั้นต้น 15.04%
โดยไตรมาส 1/2569 บริษัทฯ มีรายได้จากธุรกิจประเภทจำหน่ายสินค้าพร้อมติดตั้งรวม 154.23 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.32 ล้านบาท หรือ 24.47% จากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยโครงการและคำสั่งซื้อที่เป็นส่วนหนึ่งของยอดขายที่รอรับรู้รายได้ (Backlog) ที่วางแผนส่งมอบในไตรมาสนี้จำนวน 25.65 ล้านบาท สามารถส่งมอบได้ตามกำหนดทุกโครงการละคำสั่งซื้อ และบริษัทฯ มีคำสั่งซื้อที่เป็นการจำหน่ายสินค้าแบบขายส่งเพิ่มเข้ามาในงวดนี้เพิ่มเติมอีกประมาณ 91.59 ล้านบาท คิดเป็น 59.39% ของรายได้จากการจำหน่ายและติดตั้ง
สำหรับธุรกิจการบริการ บริษัทฯ มีรายได้จาก 2 ส่วน ได้แก่ สัญญาประเภทการให้บริการบำรุงรักษาซ่อมแซมอุปกรณ์ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และสัญญาให้เช่าอุปกรณ์พร้อมบริการที่เกี่ยวข้อง โดยรายได้จากการให้บริการทั้ง 2 ส่วน เพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันปีก่อนรวมกว่า 3 เท่า ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลมาจากสัญญาให้เช่าโครงการขนาดใหญ่ (Mega Project) ที่บริษัทฯ ส่งมอบอุปกรณ์การเรียนการสอนได้อย่างต่อเนื่องตามแผนที่วางไว้ และสอดคล้องกับความต้องการของหน่วยงานด้านการศึกษา โดยรายได้จากโครงการดังกล่าวมีจำนวน 140.69 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 64.78% ของรายได้จากธุรกิจประเภทการให้บริการ
ทั้งนี้ บริษัทฯ มีสัดส่วนรายได้จากสัญญาให้เช่าและบริการเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากการพัฒนาโครงสร้างรายได้ประจำระยะยาว (Recurring Revenue Model) ผ่านสัญญาให้เช่า บริการบำรุงรักษา และโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อสร้างเสถียรภาพของกระแสเงินสดและความต่อเนื่องของรายได้ในระยะยาว
โครงสร้างรายได้ดังกล่าวช่วยลดความผันผวนจากรายได้แบบครั้งคราว (Project-based Income) และสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว โดยบริษัทฯ มุ่งเพิ่มสัดส่วนรายได้ประจำผ่านการต่อยอดบริการและโครงการ Digital Infrastructure อย่างต่อเนื่อง
บริษัทฯ เดินหน้าพัฒนาโครงสร้างรายได้จากธุรกิจ System Integrator สู่การเป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีดิจิทัลที่มีรายได้ต่อเนื่อง (Technology Infrastructure & Recurring Revenue Platform) ผ่านสัญญาเช่า บริการ และโครงการระยะยาว เพื่อสร้างความสามารถในการมองเห็นรายได้ (Revenue Visibility) และเสริมความมั่นคงของกระแสเงินสดในอนาคต
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 บริษัทฯ มีสัญญาขายสินค้าและให้บริการรอส่งมอบและรับรู้รายได้ (Backlog) รวมมูลค่า 5,412.36 ล้านบาท คาดว่าจะส่งมอบและรับรู้รายได้ในระหว่างไตรมาส 2/2569 ถึงไตรมาส 4/2569 ประมาณ 1,015.45 ล้านบาท ส่วนที่เหลือจะทยอยรับรู้ในปี 2570-2574 Backlog ที่มีอยู่สะท้อนความสามารถในการสร้างรายได้ล่วงหน้าและช่วยเพิ่มความชัดเจนของแผนการดำเนินงานในช่วงหลายปีข้างหน้า ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนต่อเสถียรภาพของรายได้และผลประกอบการของบริษัทฯ
“แนวโน้มผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 มีทิศทางเติบโตจากไตรมาส 1/2569 โดยบริษัทฯ จะเดินหน้าส่งมอบงานโครงการตามแผนจาก Backlog ที่มีอยู่เดิมรวมถึงการเข้าประมูลโครงการใหม่ โดย Pipeline งานภาครัฐและโครงการด้าน Digital Infrastructure ยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง และผลักดันรายได้จากสัญญาให้เช่าและบริการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นรายได้ประจำ (Recurring Income) ที่สร้างความมั่นคงในระยะยาว พร้อมกับมุ่งเน้นบริหารต้นทุน คัดเลือกโครงการที่มีอัตรากำไรเหมาะสม และรักษาสมดุลของโครงสร้างรายได้ เพื่อสนับสนุนรายได้ปี 2569 ให้อยู่ในช่วง 8-10% ตามเป้าหมายที่วางไว้” นายภานุวัฒน์ กล่าวในที่สุด
ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังได้รับการสนับสนุนด้านแหล่งเงินทุนจากสถาบันการเงินและพันธมิตรทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการขยายโครงการและโอกาสการเติบโตในอนาคต พร้อมมุ่งพัฒนาโครงสร้างรายได้ที่มีความต่อเนื่องผ่านสัญญาเช่า บริการ และโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี เพื่อเสริมความมั่นคงของกระแสเงินสดและเพิ่มความสามารถในการเติบโตระยะยาว โดยยังคงรักษาวินัยทางการเงิน คัดเลือกโครงการที่มีศักยภาพและอัตรากำไรเหมาะสม เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตและผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้นอย่างยั่งยืน