บริษัท เอเชีย กรีน เอนเนอจี จำกัด (มหาชน) หรือ AGE รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 มีกำไรสุทธิ 102.4 ล้านบาท ซึ่งเป็นกำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ เติบโต 139.5% ขณะที่รายได้จากกลุ่มธุรกิจถ่านหิน 1,938 ล้านบาท และรายได้จากกลุ่มธุรกิจ Non-Coal 1,296 ล้านบาท คิดเป็น 40% ของรายได้รวม สะท้อนเสถียรภาพของธุรกิจหลัก ควบคู่การเติบโตของกลุ่มธุรกิจใหม่ที่มุ่งเน้นความยั่งยืน และการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ
นางสาวปณิตา ควรสถาพร รองกรรมการผู้จัดการ AGE เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 ปรับตัวดีขึ้นจากการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และความสำเร็จของการขยายพอร์ตไปสู่ธุรกิจที่มีศักยภาพการเติบโตสูง โดยมีการกระจายแหล่งรายได้ใน 4 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่
- ธุรกิจถ่านหิน (Coal Business) รายได้ 1,938 ล้านบาท ปริมาณขาย 0.84 ล้านตัน โดยในปีนี้ยังคงมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุน
- ธุรกิจโลจิสติกส์ (Smart Logistics) รายได้ 109 ล้านบาท เดินหน้าขยายฐานลูกค้าภายนอก พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารคลังสินค้าและท่าเรืออย่างต่อเนื่อง
- ธุรกิจพลังงานยั่งยืน (Sustainable Energy) รายได้ 398 ล้านบาท โดยในปี 2569 บริษัทฯ เดินหน้าปรับปรุงประสิทธิภาพด้านการบริหารจัดการ ทั้งในส่วนการขายสินค้า ระบบขนส่ง และการใช้พลังงานภายในองค์กรอย่างต่อเนื่อง
- ธุรกิจ Low Emission Mobility รายได้ 789 ล้านบาท เติบโตจากยอดจำหน่ายรถ EV และ Hybrid รวมถึงรายได้จากศูนย์บริการและธุรกิจเช่ารถ EV Taxi โดยปัจจุบันดำเนินธุรกิจดีลเลอร์รถยนต์ในตลาดรถไฟฟ้าและไฮบริด ร่วมกับ 5 พันธมิตรแบรนด์รถยนต์ และมี 11 โชว์รูม ภายใต้แบรนด์ Omoda & Jaecoo, Zeekr, GWM, Chery และ Mitsubishi Motors

สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 บริษัทฯ มีรายได้รวม 3,234 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 102.4 ล้านบาท สะท้อนความสำเร็จของการดำเนินธุรกิจและการขยายพอร์ตไปสู่ธุรกิจที่มีศักยภาพการเติบโตสูง
โดยในปี 2569 บริษัทฯ ตั้งเป้าปริมาณการขายถ่านหินที่ 4 ล้านตัน ตั้งเป้ารายได้รวมจากทั้ง 4 ธุรกิจหลักอยู่ที่ 17,500 ล้านบาท และตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรายได้จากธุรกิจใหม่ (Non-Coal) อย่างต่อเนื่อง เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายสัดส่วน 50:50 ภายในปี 2573
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 12-14 พฤษภาคมที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้เปิดจองเสนอขายหุ้นกู้ 3 ชุดใหม่ อัตราดอกเบี้ย 6.85-7.00% ต่อปี เพื่อนำเงินที่ได้ไปชำระคืนเงินกู้ยืมสถาบันการเงินซึ่งเป็นวงเงินสินเชื่อระยะสั้น ที่ใช้เพื่อการนำเข้าถ่านหินของบริษัท เพื่อเป็นการเพิ่มสภาพคล่องและสนับสนุนการเติบโตในอนาคตของกลุ่มบริษัท โดยได้รับการตอบรับจากนักลงทุนอย่างล้นหลาม ส่งผลให้สามารถจำหน่ายหุ้นกู้ได้ครบตามจำนวนที่เสนอขาย สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อทิศทางการเติบโตและพื้นฐานทางธุรกิจของกลุ่มบริษัท
ในส่วนของทิศทางธุรกิจในปี 2569 นางสาวปณิตา กล่าวว่า ถึงแม้ว่าในปีนี้จะยังมีความไม่แน่นอน ทั้งจากสถานการณ์ราคาพลังงานและภาวะเศรษกิจโลก บริษัทฯ ยังคงมุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจอย่างมั่นคงและมีเสถียรภาพ ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุน รวมทั้งเดินหน้าขยายธุรกิจทั้งในส่วนของธุรกิจถ่านหิน และธุรกิจยานยนต์มลพิษต่ำ (Low Emission Mobility) รวมทั้งการปรับกลยุทธ์บริหารกลุ่ม Sustainable Energy อย่างต่อเนื่อง
สำหรับโครงการ “Jump+” มีการติดตั้งแผง Solar Rooftop ซึ่งได้ติดตั้งเสร็จในช่วงไตรมาส 1/69 ทำให้ในปัจจุบันบริษัทฯ มีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมทั้งสิ้น 972.36 kWp อีกทั้งยังมีการทยอยเปลี่ยนเครื่องมือหนักมาใช้ระบบไฟฟ้าแทนเครื่องมือหนักที่ใช้น้ำมัน เพื่อช่วยลดต้นทุนด้านเชื้อเพลิงและสนับสนุนเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมของกลุ่มบริษัทในระยะยาว
