กลยุทธ์ปี 2573: Bosch ต่อยอดนวัตกรรม ขับเคลื่อนการเติบโตสู่อนาคต

วันพฤหัสบดีที่ 14 พฤษภาคม 2569 12:10

กลยุทธ์ปี 2573: Bosch ต่อยอดนวัตกรรม ขับเคลื่อนการเติบโตสู่อนาคต

ผลักดันการเปลี่ยนผ่านของประเทศไทยด้วยนวัตกรรมและความร่วมมือภายในประเทศ

  • ผลประกอบการปี พ.ศ. 2568: รายได้จากยอดขาย 0 พันล้านยูโร อัตรากำไรก่อนหักดอกเบี้ยและภาษี และอัตรากำไรจากการดำเนินงาน ร้อยละ 2 กระแสเงินสดอิสระกว่า 300 ล้านยูโร
  • แนวโน้มสำหรับปี พ.ศ. 2569: ยอดขายเติบโต ร้อยละ 2 ถึง ร้อยละ 5 อัตรากำไรก่อนหักดอกเบี้ยและภาษี และอัตรากำไรจากการดำเนินงาน ร้อยละ 4 ถึง ร้อยละ 6 กระแสเงินสดอิสระเป็นบวก
  • ไทยก้าวสู่การเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ที่ขับเคลื่อนโดยซอฟต์แวร์ พลังงานไฟฟ้า และการผลิตขั้นสูง
  • มร. โจเซฟ ฮง “แรงขับเคลื่อนเชิงบวกในการดำเนินธุรกิจในปีที่ผ่านมาสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ บ๊อช ต่อการเติบโตในระยะยาวของไทย”
  • ผู้นำด้านนวัตกรรม: การลงทุนเชิงรุกเพื่อสร้างความได้เปรียบทางเทคโนโลยีและการเติบโตในอนาคต

ท่ามกลางความท้าทายจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และข้อจำกัดทางการค้า กลุ่มบริษัท บ๊อช มุ่งมั่นสร้างโอกาสการเติบโตในตลาดโลกอย่างเต็มศักยภาพ ด้วยความแข็งแกร่งด้านนวัตกรรม สำหรับปีงบประมาณปัจจุบัน บ๊อช ยังคงรักษาระดับการลงทุนที่สำคัญต่ออนาคตในสัดส่วนที่สูงเช่นเดียวกับในปีที่ผ่านมา เฉพาะในปี พ.ศ. 2568 เพียงปีเดียว Bosch ได้ทุ่มงบประมาณการลงทุนกว่า 12 พันล้านยูโร สำหรับการวิจัยและพัฒนา รวมถึงการลงทุนในสินทรัพย์ถาวร ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ตั้งเป้าการเติบโตของยอดขายสำหรับปี พ.ศ. 2569 อยู่ระหว่างร้อยละ 2 ถึง ร้อยละ 5 ในส่วนอัตรากำไรก่อนหักดอกเบี้ยและภาษี และอัตรากำไรจากการดำเนินงาน ร้อยละ 4 ถึง ร้อยละ 6 จากผลประกอบการประจำปี สเตฟาน ฮาร์ตุง ประธานคณะกรรมการบริหารของ Robert Bosch GmbH กล่าวว่า “ในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยีระดับโลก เรามุ่งมั่นที่จะกำหนดทิศทางของเทคโนโลยีสำคัญ ทั้งระบบอัตโนมัติ เทคโนโลยีดิจิทัล พลังงานไฟฟ้า และปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งล้วนเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะนำไปสู่การเติบโตทางธุรกิจและสามารถสร้างผลกำไรได้” เมื่อพูดถึงความแข็งแกร่งด้านนวัตกรรม บ๊อช เป็นหนึ่งในบริษัทที่ยื่นขอจดสิทธิบัตรมากที่สุดในยุโรป โดยในปี พ.ศ. 2568 บ๊อช ได้ยื่นจดสิทธิบัตรกว่า 6,300 รายการ และยังคงครองตำแหน่งผู้นำอย่างต่อเนื่องในประเทศเยอรมนี แม้ต้องเผชิญกับความท้าทายหลายประการ บ๊อช ยังคงสามารถสร้างรายได้จากผลประกอบการในปี พ.ศ. 2568 ด้วยยอดขาย 91.0 พันล้านยูโร เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปีที่ผ่านมา (ปี พ.ศ. 2567: 90.3 พันล้านยูโร) เมื่อปรับผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนแล้ว ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนการเติบโตร้อยละ 4.1 ขณะที่อัตรากำไรก่อนหักดอกเบี้ยและภาษี และอัตรากำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ ร้อยละ 2 ซึ่งลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า (ปี พ.ศ. 2567: ร้อยละ 3.5)

การพัฒนาธุรกิจในประเทศไทย

แม้ต้องเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย บ๊อช ประเทศไทย ยังคงสามารถรักษาการเติบโตอย่างต่อเนื่องในปี พ.ศ. 2568 โดยมียอดขายจากการดำเนินงานของบริษัทในเครือทั้งหมด อยู่ที่ 463 ล้านยูโร หรือ 17.2 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น ร้อยละ 1.3 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2568 บ๊อช ประเทศไทย มีจำนวนพนักงานกว่า 1,850 คน สะท้อนถึงบทบาทของบริษัทฯ ในฐานะกำลังสำคัญที่ขับเคลื่อนและสนับสนุนเศรษฐกิจในประเทศอย่างมั่นคง และตอกย้ำถึงวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่ง บริษัทฯ จึงได้รับการรับรองให้เป็น “Great Place to Work” ต่อเนื่องเป็นปีที่สาม โดย Great Place to Work Institute ซึ่งเป็นองค์กรอิสระที่ประเมินวัฒนธรรมในองค์กรผ่านกระบวนการที่เข้มงวด ครอบคลุมทั้งการรับฟังความคิดเห็นของพนักงานอย่างเป็นความลับผ่านแบบสำรวจ Trust Index™ และการพิจารณาแนวปฏิบัติด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลขององค์กร รางวัลนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของบริษัทในการส่งเสริมทัศนคติเชิงบวกในการทำงานและการมีส่วนร่วมของพนักงานทุกคน

มร. โจเซฟ ฮง, กรรมการผู้จัดการ บ๊อช ประเทศไทย กล่าวว่า “การเติบโตในปี พ.ศ. 2568 สะท้อนถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของเราในการเติบโตไปพร้อมกับประเทศไทย ด้วยการขยายการดำเนินงานในประเทศ เสริมสร้างความร่วมมือกับพันธมิตร และการลงทุนในเทคโนโลยีแห่งอนาคต เรากำลังดำเนินธุรกิจเชิงรุก เพื่อวางรากฐานที่แข็งแกร่ง สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของภาคอุตสาหกรรมและการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน แม้ในช่วงที่ตลาดยังคงเปลี่ยนแปลงก็ตาม” บ๊อช ประเทศไทยก้าวสู่ปี พ.ศ. 2569 ด้วยมุมมองเชิงรุกและมุ่งสู่อนาคต โดยมีแรงขับเคลื่อนจากการลงทุนอย่างต่อเนื่อง ศักยภาพภายในประเทศที่แข็งแกร่ง และการให้ความสำคัญกับการคว้าโอกาสใหม่ๆ ในกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีการเติบโตสูง 

ในปีที่ผ่านมา การดำเนินงานแผนกวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีเครื่องยนต์ของ บ๊อช   ครบรอบ 10 ปี ตอกย้ำบทบาทที่เพิ่มขึ้นของประเทศไทย ไม่เพียงแต่ในฐานะศูนย์กลางการผลิตระดับโลกเท่านั้น แต่ยังเป็นฐานสำคัญด้านวิศวกรรมขั้นสูงและการพัฒนาเทคโนโลยีอีกด้วย ขณะเดียวกัน ธุรกิจโซลูชันระบบขับเคลื่อน ยังประสบความสำเร็จโดยบรรลุเป้าหมายสำคัญด้านการผลิต ตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง บริษัทฯ ได้ส่งมอบคอนเนคเตอร์รวมกว่า 500 ล้านชิ้น และหัวฉีดน้ำมันเบนซินกว่า 50 ล้านชิ้น ให้แก่ลูกค้าทั่วโลก 

บ๊อช ยังคงมุ่งพัฒนาโซลูชันซอฟต์แวร์ยานยนต์ โดยให้ความสำคัญกับผู้ใช้งานเป็นหลัก เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป โดยมุ่งยกระดับด้านความปลอดภัยและความสะดวกสบายในการใช้งานยานยนต์ ด้วยโซลูชันหลัก ได้แก่ ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง และโซลูชันซอฟต์แวร์และระบบอัจฉริยะ ด้วยชุดควบคุมอุปกรณ์ขับเคลื่อนที่หลากหลาย ช่วยให้ระบบบริหารจัดการการขับเคลื่อนรองรับการทำงานได้อย่างครอบคลุม เช่น ระบบช่วยเลี้ยวในพื้นที่แคบ ซึ่งช่วยยกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้สอดคล้องกับผู้ใช้งานตามรายบุคคล พร้อมทั้งสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบการขับขี่ยานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์ ในขณะเดียวกัน บ๊อช ประเทศไทย ยังเดินหน้าขยายธุรกิจด้านเทคโนโลยีการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า เพื่อรองรับการเติบโตที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้กำหนดแผนการผลิตซึ่งมีการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศเพิ่มขึ้นในปี พ.ศ. 2569 

แผนกอะไหล่ยานยนต์ ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่งโดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการอะไหล่ซ่อมบำรุงหลัก อาทิ ใบปัดน้ำฝน แบตเตอรี่ หัวเทียน และไส้กรองต่าง ๆ การเติบโตดังกล่าวนี้ ได้รับการสนับสนุนจากการขยายเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง รวมถึง ศูนย์บริการดีเซลบ๊อช และร้านจำหน่ายอะไหล่และแบตเตอรี่ ซึ่งช่วยขยายการเข้าถึงบริการให้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ ขณะเดียวกัน ช่องทางผู้ผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์ดั้งเดิมยังมีแนวโน้มทรงตัวจากความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับลูกค้ากลุ่มผู้ผลิตอุปกรณ์ดั้งเดิม 

ในภาคธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค แผนกเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมียมอย่างต่อเนื่อง อาทิ เครื่องซักผ้าและเครื่องอบผ้า Series 8 รวมถึงเครื่องดูดฝุ่นรุ่น Unlimited 10 

แผนกเครื่องมือไฟฟ้า เสริมความแข็งแกร่งและรักษาตำแหน่งทางการตลาดได้อย่างต่อเนื่องผ่านการเติบโตในกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องมือไฟฟ้าไร้สาย การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ และการขยายโซลูชันสำหรับภาคอุตสาหกรรม การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่ประสบความสำเร็จ อาทิ ระบบจัดเก็บเครื่องมือ L‑Boxx Contractor และปากกาวัดไฟแบบไม่สัมผัสแรงดันรุ่น GVD 1000‑17 การยกระดับการมีส่วนร่วมทางดิจิทัล ควบคู่กับแคมเปญการตลาดที่มุ่งเป้าอย่างชัดเจน และมาตรการต่อต้านสินค้าลอกเลียนแบบ ช่วยให้การเติบโตธุรกิจออนไลน์ขยายการเข้าถึงลูกค้าทั่วประเทศได้รวดเร็วยิ่งขึ้น 

ในภาคธุรกิจเทคโนโลยีอุตสาหกรรม บ๊อช เร็กซ์รอธ ประเทศไทย ดำเนินธุรกิจในมาตรฐานที่มั่นคงและยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ตามความต้องการที่จะดำเนินธุรกิจด้วยระบบอัตโนมัติ เปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัล และการผลิตอย่างยั่งยืนในภาคอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และโลจิสติกส์ บริษัทฯ เสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจหลักเช่น ไฮดรอลิก อย่างต่อเนื่อง พร้อมเร่งขยายการเติบโตในด้านระบบอัตโนมัติภายในโรงงาน ผ่านโซลูชันการขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์ นอกจากนี้ การพัฒนาพันธมิตรทางธุรกิจยังคงเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญ เพื่อขยายการเข้าถึงตลาดและส่งมอบโซลูชันคุณภาพสูงที่ตอบโจทย์ความต้องการในประเทศ 

ในส่วนเทคโนโลยีหม้อไอน้ำอุตสาหกรรม บ๊อช เดินหน้าให้ความสำคัญกับโซลูชันหม้อไอน้ำที่มีประสิทธิภาพด้านพลังงาน เพื่อสนับสนุนกลุ่มลูกค้าที่ต้องการบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ความมุ่งมั่นดังกล่าวสะท้อนให้เห็นผ่านการลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมกันกับบริษัท ไทยยูเนี่ยน ในปีที่ผ่านมา เพื่อศึกษาและพัฒนาโซลูชันหม้อไอน้ำที่ลดการปล่อยคาร์บอนและปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงาน เพื่อสนับสนุนเป้าหมายด้านความยั่งยืนของบริษัท 

ในปี พ.ศ. 2568 Bosch ประเทศไทย ได้เปิดตัวโครงการ “Innovision Young Gen with Bosch” เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนรุ่นใหม่ พร้อมเปิดเวทีให้นักเรียน นักศึกษาได้แสดงศักยภาพ ความคิดสร้างสรรค์ และความคิดริเริ่มด้านนวัตกรรม นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมโครงการที่ได้รับการคัดเลือกยังได้รับโอกาสพิเศษในการขึ้นเวทีแบ่งปันประสบการณ์ในงาน Global Compact Network Thailand Expo ซึ่งช่วยขยายการมีส่วนร่วมกับเครือข่ายนักนวัตกรรมและผู้ที่มีแนวคิดร่วมกันในวงกว้างยิ่งขึ้น 

กลยุทธ์ปี พ.ศ. 2573: นวัตกรรมและความแตกต่างคือกุญแจสู่การเติบโต

ปัจจุบันอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศจีนกำลังเป็นผู้กำหนดมาตรฐานระดับราคา ดังนั้น ฮาร์ตุง เล็งเห็นว่าการขยายบทบาทความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมเป็นปัจจัยสำคัญสู่ความสำเร็จในการขยายโอกาสทางธุรกิจ โดยเฉพาะในตลาดยานยนต์ รวมถึงการขับเคลื่อนกลยุทธ์ ของบริษัท ซึ่งตั้งเป้าให้ บ๊อช ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในสามผู้จัดจำหน่ายชั้นนำในตลาดหลักของบริษัท อุปสรรคทางการค้าและความคาดหวังของผู้ใช้งานที่แตกต่างกันในแต่ละภูมิภาค นับเป็นทั้งความท้าทายและโอกาสในการพัฒนาโซลูชันเพื่อตอบสนองในแต่ละระดับภูมิภาค “ในการแข่งขันระดับนานาชาติ ความได้เปรียบไม่ได้อยู่ที่ต้นทุนเพียงอย่างเดียว แต่ที่สำคัญที่สุดคือการสร้างความแตกต่าง” ฮาร์ตุงกล่าว พร้อมชี้ว่าเครือข่ายการดำเนินงานระดับโลกของ บ๊อช คือข้อได้เปรียบเชิงการแข่งขัน “เราสามารถปรับข้อเสนอและห่วงโซ่อุปทานให้สอดคล้องกับเงื่อนไขของแต่ละภูมิภาค ขณะเดียวกัน ก็ยังคงส่งมอบคุณภาพในมาตรฐานระดับสากลได้” ในปีนี้ บ๊อช ก้าวสู่วาระครบรอบ 140 ปี ความมุ่งมั่นด้านนวัตกรรมที่สั่งสมมาอย่างยาวนานยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ก่อกำเนิดทิศทางเชิงกลยุทธ์ของบริษัท และตอกย้ำความตั้งใจในการรักษาบทบาทการเป็นพันธมิตรด้านเทคโนโลยีชั้นนำ ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางธุรกิจและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว 

แนวโน้มธุรกิจปี 2026: วางรากฐานทางการเงินสำหรับการลงทุนเชิงกลยุทธ์ในอนาคต

บ๊อช ประเมินว่าแนวโน้มการชะลอตัวของเศรษฐกิจในปี พ.ศ. 2568 จะยังคงส่งผลต่อเนื่องมายังปีปัจจุบัน ด้วยระดับความไม่แน่นอนค่อนข้างสูง ซึ่งมีสาเหตุหลักจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และผลกระทบที่ยังไม่สามารถคาดการณ์ได้จากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งยังคงเป็นปัจจัยกดดันต่อระดับเงินเฟ้อและผลผลิตทางเศรษฐกิจโลกอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ แรงกดดันด้านราคาและการแข่งขันยังคงสูงอยู่ อย่างไรก็ตาม ในช่วงสามเดือนแรกของปี บ๊อช ยังคงสามารถรักษาระดับยอดขายไว้ได้ใกล้เคียงกับระยะเวลาเดียวกับของปีก่อนหน้า และเมื่อปรับผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนแล้ว รายได้เพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 5 ทั้งนี้ บ๊อช คาดว่าเศรษฐกิจโลกจะยังคงเติบโตในระดับปานกลาง ใกล้เคียงกับช่วงหลายปีที่ผ่านมา “ความสามารถในการแข่งขันคือรากฐานของการเติบโตอย่างมีกำไร และนั่นคือเหตุผลที่เรากำลังเร่งยกระดับศักยภาพด้านนี้อย่างจริงจัง” Markus Forschner สมาชิกคณะกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน (CFO) Robert Bosch GmbH กล่าว “สิ่งนี้ช่วยเสริมความแข็งแกร่งและความยืดหยุ่นของบริษัทในการรับมือกับความท้าทายที่กำลังจะเกิดขึ้น พร้อมทั้งเพิ่มขีดความสามารถในการลงทุนเพื่ออนาคตไปพร้อมกัน” 

เทคโนโลยีเซนเซอร์ในฐานะกลไกขับเคลื่อนนวัตกรรม: ระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์เเสริมความแข็งแกร่งด้านยอดขาย

บ๊อช เดินหน้าพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง อาทิ ไมโครอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีเซนเซอร์ บ๊อช เชื่อมั่นในเทคโนโลยีภายใต้แนวคิด “เทคโนโลยีเพื่อชีวิต” ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญต่อการเติบโตในอนาคต ผู้เชี่ยวชาญประเมินว่าตลาดเซนเซอร์ทั่วโลกอาจมีมูลค่าสูงกว่า 440 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี พ.ศ. 2574 บ๊อช มีโอกาสได้รับประโยชน์จากการเติบโตอันเกิดจากการประยุกต์ใช้งานที่หลากหลาย ทั้งนี้ เซนเซอร์ของบริษัทมีบทบาทที่สำคัญเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องในอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ ตัวอย่างเช่น แพลตฟอร์มเซนเซอร์ BMI5 ช่วยจำลองสภาพแวดล้อมได้อย่างสมจริง และช่วยให้หุ่นยนต์สามารถค้นหาเส้นทางและปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ในสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อนหรือยากต่อการทำงาน ด้วยการนำเสนอโซลูชันเซนเซอร์ที่มีศักยภาพสูงสุดในปัจจุบัน บ๊อช ประเมินว่าบริษัทฯ มีความพร้อมอย่างยิ่งในการคว้าโอกาสจากกลุ่มตลาดที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ด้วยความพร้อมเชิงเทคโนโลยี บ๊อช ประเมินว่าบริษัทฯ อยู่ในสถานะที่เหมาะสมในการรองรับการขยายตัวของกลุ่มตลาดที่มีอัตราการเติบโตสูง โดยเฉพาะด้านการขับขี่อัตโนมัติ ซึ่งเซนเซอร์วัดแรงเฉื่อยถูกมองว่าเป็นองค์ประกอบหลักของเทคโนโลยีในอนาคต และมีศักยภาพในการสร้างยอดขายเพิ่มเติม เซนเซอร์เหล่านี้ช่วยให้ยานพาหนะสามารถระบุตำแหน่งและรับรู้สภาพแวดล้อมได้อย่างแม่นยำ แม้ในสถานการณ์ที่สัญญาณจากกล้องหรือระบบ GPS ไม่สามารถใช้งานได้ “เซนเซอร์เหล่านี้ทำงานในรถยนต์อัตโนมัติในลักษณะเดียวกับระบบการทรงตัวของหูชั้นในของมนุษย์” ฮาร์ตุง กล่าว โดยนักวิเคราะห์คาดว่าตลาดเซนเซอร์อัจฉริยะในภาคยานยนต์จะเติบโตกว่าสองเท่า และมีมูลค่าเกินกว่า 80,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในช่วงกลางทศวรรษหน้า 

นวัตกรรมด้านการขับเคลื่อน: อัลกอริทึมและระบบส่งกำลังช่วยเร่งการเติบโต

บ๊อช คาดว่าภายในปี พ.ศ. 2573 ตลาดซอฟต์แวร์ยานยนต์จะมีมูลค่าราว 200 พันล้านยูโร จากปัจจัยดังกล่าว ฮาร์ตุง ประธานคณะกรรมการบริหารของ Robert Bosch GmbH ประเมินว่า การขับเคลื่อนด้วยระบบซอฟต์แวร์ เป็นโอกาสการเติบโตที่สำคัญในอนาคต “บ๊อช เป็นผู้นำในด้านนี้ และกำลังผสาน AI เข้ากับประสบการณ์การขับขี่อย่างเป็นรูปธรรม” ฮาร์ตุง กล่าว Bosch AI Extension Platform รุ่นใหม่ เป็นคอมพิวเตอร์ประมวลผลสมรรถนะสูงที่รองรับการทำงานของปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งเมื่อนำมาผสานร่วมกับโซลูชันการตรวจจับและรับรู้ภายในห้องโดยสาร จะเปลี่ยนการขับขี่ให้กลายเป็นประสบการณ์ที่ปรับแต่งเฉพาะบุคคลได้อย่างลึกซึ้ง “รถยนต์สามารถเรียนรู้ลักษณะเฉพาะผู้ขับขี่และผู้โดยสาร และปรับทุกองค์ประกอบของยานยนต์ให้เหมาะสม ตั้งแต่การควบคุมการขับขี่ไปจนถึงระบบความปลอดภัยในกรณีเกิดอุบัติเหตุ” นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ในโซลูชันระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตทางธุรกิจทั่วโลก ร่วมกับเทคโนโลยีเซนเซอร์และคอมพิวเตอร์ยานยนต์ส่วนกลาง บ๊อช ได้รับคำสั่งซื้อรวมมูลค่า 10 พันล้านยูโรในปี พ.ศ. 2568 “รถยนต์แห่งอนาคตจะต้องอาศัยทั้งอัลกอริทึมและระบบขับเคลื่อนควบคู่กัน” ฮาร์ตุงกล่าวถึงการขยายตัวของธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า พร้อมระบุว่า “ภายในปีนี้ บ๊อช จะส่งมอบโซลูชันและส่วนประกอบสำหรับการขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้ามากกว่า 7 ล้านหน่วย” โดยเมื่อเร็ว ๆ นี้ บ๊อช ได้ประกาศการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนกับ Tata AutoComp Systems ในประเทศอินเดีย โดยตั้งแต่ช่วงกลางปีเป็นต้นไป บริษัทร่วมทุนดังกล่าวจะมุ่งเน้นการพัฒนา การผลิต และการจำหน่ายเพลาขับไฟฟ้าและมอเตอร์ไฟฟ้าเพื่อตอบสนองตลาดในอินเดีย 

นวัตกรรมในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคและบริการ: ปัญญาประดิษฐ์เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของธุรกิจ

นอกจากนี้ AI ยังเป็นโอกาสการเติบโตที่สำคัญทั้งในธุรกิจบริการและผลิตภัณฑ์ เช่น เตาอบรุ่นใหม่ที่ติดตั้งฟังก์ชันสั่งงานด้วยเสียงบนพื้นฐานของ AI ได้ช่วยเปิดโอกาสด้านการขายให้กับกลุ่มธุรกิจ BSH Hausgeräte ทั้งนี้ ระบบดังกล่าวไม่ต้องพึ่งพาลำโพงภายนอกหรือแอปพลิเคชันเพิ่มเติมแต่อย่างใด ขณะเดียวกัน ธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านในกลุ่มตลาดระดับพรีเมียมและลักชัวรีทั่วโลกยังมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในตลาดอเมริกาเหนือ นักวิเคราะห์ตลาดคาดการณ์ว่ายอดขายเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านทั่วโลกจะมีปริมาณรวมราว 5 พันล้านเครื่อง ภายในปี พ.ศ. 2573 AI มีบทบาทสำคัญในการผลักดันนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเครื่องมือไฟฟ้า โดยนับตั้งแต่ต้นปี กลุ่มผลิตภัณฑ์ “Expert” จำนวน 30 รุ่นแรกได้เข้าสู่ตลาด และยกระดับมาตรฐานใหม่ของเครื่องมือไฟฟ้าสำหรับการใช้งานระดับมืออาชีพ ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวรวมถึงเครื่องสแกนผนังรุ่นใหม่ ซึ่งสามารถตรวจจับวัตถุในผนังหลากหลายประเภท และเป็นครั้งแรกที่นำเทคโนโลยีระบบเรดาร์ของ บ๊อช มาทำงานร่วมกับเทคโนโลยี AI ธุรกิจด้านบริการของ บ๊อช ก็ได้ใช้ประโยชน์จากการนำปัญญาประดิษฐ์ มาใช้งานเช่นกัน หน่วยกลุ่มบริการธุรกิจและโซลูชั่นระดับโลก คาดว่าจะสามารถสร้างการเติบโตของยอดขายเฉลี่ยในระดับสองหลักต่อปีภายในปี พ.ศ. 2573 ด้วยแอปพลิเคชันที่ขับเคลื่อนด้วย AI หมวดงานบริการครอบคลุมถึงโซลูชันด้านการเดินทางและขนส่งแบบดิจิทัล เช่น ระบบ eCall และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน รวมถึงบริการสำหรับผู้ประกอบการกองยานพาหนะและผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์ 

ผลการดำเนินงานปีธุรกิจ พ.ศ. 2568: ความแข็งแกร่งทางการเงิน สภาพคล่อง และการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา

ในปีธุรกิจ พ.ศ. 2568 บ๊อช สามารถสร้างกระแสเงินสดอิสระในระดับบวกประมาณ 300 ล้านยูโร (ปี พ.ศ. 2567: ประมาณ 900 ล้านยูโร) ขณะที่สัดส่วนการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาอยู่ที่ ร้อยละ 8.7 ของยอดขาย (ปี พ.ศ. 2567: ร้อยละ 8.6) โดยมีค่าใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนารวมกว่า 7.9 พันล้านยูโร Markus Forschner สมาชิกคณะกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน (CFO) บริษัท Robert Bosch GmbH กล่าวว่า “แม้ในช่วงเวลาที่ท้าทาย บ๊อช ยังคงพร้อมที่จะลงทุนล่วงหน้าอย่างต่อเนื่อง” พร้อมเสริมว่า “การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรยังคงอยู่ในเกณฑ์สูง” โดยบริษัทได้ดำเนินการลงทุนล่วงหน้าในหลากหลายผลิตภัณฑ์ที่มีความสำคัญเชิงกลยุทธ์ในด้านยานยนต์ไฟฟ้า เซมิคอนดักเตอร์ และเทคโนโลยีระบบควบคุมเบรกขั้นสูง ด้วยอัตราส่วนเงินทุนที่ร้อยละ 41.6 หุ้นส่วนของทุนยังคงอยู่ในระดับแข็งแกร่ง (ปี พ.ศ. 2567: ร้อยละ 44.3) โดยกลุ่มบริษัท บ๊อช ยังคงรักษาความมั่นคงทางการเงินไว้ได้ แม้ว่าสภาพคล่องตามงบกระแสเงินสดรวมจะปรับลดลงมาอยู่ที่ 7,400 ล้านยูโร เทียบกับ 8,200 ล้านยูโรในปีก่อนหน้า 

ทั้งนี้ บ๊อช ได้ดำเนินการลงทุนเชิงรุกในหลายภาคธุรกิจที่มีความสำคัญต่ออนาคต อาทิ ยานยนต์ไฟฟ้า เซมิคอนดักเตอร์ และระบบควบคุมเบรกขั้นสูงที่ใช้เทคโนโลยีล้ำสมัย สัดส่วนเงินทุน ของ บ๊อช ยังคงอยู่ในระดับสูงที่ ร้อยละ 41.6 (ปี พ.ศ. 2567: ร้อยละ 44.3) โดยกลุ่มบริษัท บ๊อช ยังคงมีความแข็งแกร่งทางการเงินอย่างมั่นคง แม้ว่าสภาพคล่องตามงบกระแสเงินสดรวมจะลดลงมาอยู่ที่ 7.4 พันล้านยูโร (ปี พ.ศ. 2567: 8.2 พันล้านยูโร)

ปีธุรกิจ พ.ศ. 2568: การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างจำนวนพนักงาน

ณ สิ้นปี พ.ศ. 2568 กลุ่มบริษัท บ๊อช มีจำนวนพนักงานทั่วโลกทั้งสิ้น 412,774 คน (ปี พ.ศ. 2567: 417,859 คน) ลดลงประมาณ ร้อยละ 1 หรือคิดเป็นจำนวน 5,085 คน โดยการปรับลดดังกล่าวส่งผลกระทบมากที่สุดต่อกลุ่มธุรกิจด้านยานยนต์และในระดับภูมิภาค โดยเฉพาะในประเทศเยอรมนี