บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) ตอกย้ำทิศทางการบริหารพอร์ตโฟลิโอเชิงกลยุทธ์ สนับสนุนการลงนามบันทึกข้อตกลง (MoU) เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการตั้งบริษัทร่วมทุน (Joint Venture) ในกลุ่มธุรกิจโอเลฟินส์ (Olefins) และ พอลิโอเลฟินส์ (Polyolefins) ระหว่าง บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) (GC) ซึ่งเป็น Flagship ในธุรกิจปิโตรเคมีของกลุ่ม ปตท. และ บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) (SCGC) มุ่งสร้างพลังร่วม (Synergy) และขยายสเกลธุรกิจเพื่อรับมือความท้าทายจากสภาวะอุตสาหกรรมปิโตรเคมีโลก
การสนับสนุนความร่วมมือในธุรกิจ โอเลฟินส์ (Olefins) และ พอลิโอเลฟินส์ (Polyolefins) ครั้งนี้ เป็นส่วนสำคัญของยุทธศาสตร์ P&R Portfolio Reshape ของกลุ่ม ปตท. ที่มุ่งเน้นการปรับโครงสร้างเพื่อสร้าง Synergy และเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับ Flagship ในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี พร้อมทั้งบริหารจัดการสินทรัพย์อย่างมีประสิทธิภาพ โดย ปตท. ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ มีบทบาทสำคัญในการวางทิศทางเพื่อให้บริษัทในเครือสามารถปรับตัวเพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน สร้างผลตอบแทนที่ดียิ่งขึ้น และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผู้ถือหุ้นในระยะยาว
ภายใต้เป้าหมายการสร้าง National Champion ปตท. เล็งเห็นว่าประเทศไทยจำเป็นต้องมี Scale และ Integration ที่แข็งแกร่งเพียงพอในการรักษาส่วนแบ่งการตลาดในเวทีโลก ท่ามกลางแรงกดดันจากภาวะกำลังการผลิตล้นตลาด (Overcapacity) และการแข่งขันที่รุนแรงจากคู่แข่งในภูมิภาค การศึกษาการร่วมทุนครั้งนี้จึงเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการรักษาโครงสร้างต้นทุนและห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ของอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ซึ่งเป็น “กระดูกสันหลัง” ของอุตสาหกรรมต่อเนื่องในประเทศ อาทิ บรรจุภัณฑ์ ยานยนต์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า
ปตท. ยังคงยึดถือวินัยทางการเงินที่เข้มงวด (Financial Discipline) โดยในปัจจุบันยังอยู่ในขั้นตอนการศึกษาความเป็นไปได้เบื้องต้น (Non-binding MoU) ซึ่งคาดว่าผลการศึกษาจะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 3 ปี 2569 ก่อนจะเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบสภาพกิจการ (Due Diligence) ที่เข้มงวด ทั้งนี้ การตัดสินใจขั้นสุดท้ายจะต้องได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง รวมถึงคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) และมาตรฐาน Antitrust สากล เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินการเป็นไปอย่างโปร่งใส และคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของระบบเศรษฐกิจไทยและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม
ความร่วมมือนี้ยังสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ในการยกระดับกลุ่มผลิตภัณฑ์ไปสู่ High Value-Added (HVA) เพื่อลดความผันผวนจากปัจจัยราคาสินค้าโภคภัณฑ์ และมุ่งสู่แนวทางการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืนให้กับประเทศไทยในเศรษฐกิจยุคใหม่