กรมอนามัยจับมือ Nanotec เร่งยกระดับคุณภาพน้ำประปาหมู่บ้าน หลังพบข้อมูลปี 2568 ผ่านมาตรฐานเพียงร้อยละ 9.5 สะท้อนปัญหาคุณภาพน้ำที่ยังไม่ปลอดภัย และก่อให้เกิดข้อร้องเรียนจากประชาชนต่อเนื่อง
กรมอนามัย ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับ ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (Nanotec) เร่งแก้ปัญหาคุณภาพน้ำประปาหมู่บ้าน หลังผลสำรวจปี 2568 พบผ่านมาตรฐานเพียงร้อยละ 9.5 เตรียมนำนวัตกรรมนาโนเทคโนโลยี พัฒนาชุดตรวจคุณภาพน้ำ ระบบเฝ้าระวัง และเสริมศักยภาพท้องถิ่น หวังให้ประชาชนเข้าถึงน้ำสะอาดปลอดภัยอย่างยั่งยืน ภายใต้แผนดำเนินงานระยะ 3 ปี (พ.ศ. 2569–2572) โดยมี นายแพทย์นเรศฤทธิ์ ขัดธะสีมา รองอธิบดีกรมอนามัย พร้อมด้วย ดร. ภญ.อุรชา รักษ์ตานนท์ชัย ผู้อำนวยการศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ ร่วมลงนาม ณ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
นายแพทย์นเรศฤทธิ์ ขัดธะสีมา รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า สถานการณ์คุณภาพน้ำประปาหมู่บ้าน ยังน่าเป็นห่วง หลังข้อมูลปี 2568 พบว่าน้ำที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานมีเพียงร้อยละ 9.5 สะท้อนความจำเป็นเร่งด่วนในการนำเทคโนโลยีใหม่มาช่วยแก้ปัญหา เพื่อยกระดับความปลอดภัยในการผลิตและการบริโภคน้ำของประชาชน ซึ่งความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการใช้นวัตกรรมและงานวิจัยสมัยใหม่เข้ามาแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ สอดรับนโยบายรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับการจัดหาน้ำสะอาดให้ประชาชนอย่างทั่วถึงและปลอดภัย รวมถึงสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ SDG 6 เรื่องน้ำสะอาดและการสุขาภิบาล นอกจากนี้ กรมอนามัย ยังเดินหน้าพัฒนาระบบฐานข้อมูลน้ำประปาหมู่บ้าน เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลการประเมินและตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำจากพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ รองรับการติดตามผลกระทบต่อสุขภาพ และใช้ประกอบการตัดสินใจเชิงนโยบายในอนาคต
“แผนความร่วมมือครอบคลุม6 ด้านหลัก ได้แก่ 1) การวิจัยและประยุกต์ใช้นาโนเทคโนโลยีแก้ปัญหาคุณภาพน้ำประปาหมู่บ้านในพื้นที่จริง 2) การพัฒนาศักยภาพห้องปฏิบัติการเพื่อเฝ้าระวังเชิงรุก 3) การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และข้อมูลนวัตกรรม 4) การพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมด้านสุขาภิบาลน้ำ 5) การสื่อสารความเสี่ยงและสร้างความรอบรู้แก่ประชาชน ตลอดจนการ และ 6) เสริมศักยภาพท้องถิ่นและเครือข่ายด้านการผลิตและพัฒนาคุณภาพน้ำประปาหมู่บ้านอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ ความร่วมมือระหว่างกรมอนามัยและ Nanotec สะท้อนการบูรณาการพลังภาครัฐในการยกระดับคุณภาพน้ำบริโภคของประเทศ ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อรองรับความเสี่ยงด้านสุขภาพในอนาคต และมุ่งให้คนไทยทุกพื้นที่เข้าถึงน้ำสะอาดปลอดภัยอย่างแท้จริง” รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าว
