ซัมซุง ครองอันดับ 1 ตลาดจอแสดงผลเชิงพาณิชย์ระดับโลก 17 ปีซ้อน ทุบสถิติส่วนแบ่งตลาด 35.2%

วันพุธที่ 8 เมษายน 2569 13:07

ซัมซุง ครองอันดับ 1 ตลาดจอแสดงผลเชิงพาณิชย์ระดับโลก 17 ปีซ้อน ทุบสถิติส่วนแบ่งตลาด 35.2%

ซัมซุงทุบสถิติยอดขายจอเชิงพาณิชย์ระดับโลก พร้อมเดินหน้าขยายไลน์อัปจอแสดงผลเทคโนโลยีล้ำสมัย และโซลูชันแบบครบวงจร เพื่อตอบโจทย์ภาคธุรกิจทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง พร้อมตอกย้ำความเป็นผู้นำในประเทศไทย ครองส่วนแบ่งตลาดรวมกว่า 50.6% และส่วนแบ่งตลาดจอแสดงผลแบบสแตนด์อโลน 69.2%

 ซัมซุง ครองตำแหน่งผู้นำอันดับ 1 ตลาดจอแสดงผลเชิงพาณิชย์ระดับโลกในปี 2025 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 17 ติดต่อกัน โดยมีส่วนแบ่งตลาด 35.2% เมื่อวัดจากจำนวนเครื่องที่จำหน่ายได้ ตามรายงานของบริษัทวิจัย Omdia1

ซัมซุงขึ้นแท่นตำแหน่งผู้นำอันดับ 1 ของโลกในตลาดจอแสดงผลเชิงพาณิชย์ครั้งแรกในปี 2009 โดยซัมซุงไม่เคยหยุดเดินหน้าพัฒนาและเสริมทัพความแข็งแกร่งในฐานะผู้นำในกลุ่มธุรกิจจอแสดงผลสำหรับองค์กร (B2B) อย่างต่อเนื่อง และในปี 2025 ซัมซุงสามารถสร้างสถิติยอดจำหน่ายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ด้วยการส่งมอบสินค้ามากกว่า 2.5 ล้านเครื่อง

สำหรับตลาดในประเทศไทย ซัมซุงยังคงตอกย้ำความเป็นเบอร์หนึ่งในกลุ่มจอแสดงผลเชิงพาณิชย์อย่างแข็งแกร่ง โดยรายงานจาก Omdia ปี 2025 ระบุว่า ซัมซุงสามารถครองส่วนแบ่งตลาดรวม (Total Signage Market) ได้สูงถึง 50.6% และยังเป็นผู้นำในกลุ่มจอแสดงผลแบบสแตนด์อโลน (Standalone Signage Market) ด้วยส่วนแบ่งตลาดสูงถึง 69.2% สะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่ลูกค้าองค์กรในไทยมีต่อแบรนด์ซัมซุงมาอย่างยาวนาน

ความสำเร็จอย่างต่อเนื่องดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของซัมซุงในการพัฒนาโซลูชันป้ายดิจิทัลยุคใหม่ ที่ผสานเทคโนโลยีจอแสดงผลขั้นสูงเข้ากับระบบคลาวด์และโซลูชันที่ขับเคลื่อนด้วย AI เพื่อตอบโจทย์การใช้งานในหลากหลายอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นค้าปลีก องค์กร การศึกษา และการบริการอย่างครอบคลุม

หัวใจหลักในการพัฒนาผลิตภัณฑ์จอภาพกลุ่ม B2B ของซัมซุงคือนวัตกรรมที่สร้างจากความมุ่งมั่น โดยในปีนี้ ซัมซุงได้เปิดตัว  Samsung Spatial Signage จอแสดงคอนเทนต์แบบ 3 มิติ โดดเด่นด้วยดีไซน์บางพิเศษเพียง 52  มิลลิเมตร. ที่กวาดรางวัลระดับโลกมาแล้วอย่าง  CES 2026 Innovation Award ในสาขา Enterprise Technology รวมถึงรางวัล iF Design Award 2026 พร้อมเตรียมขยายไลน์อัปผลิตภัณฑ์ให้มีตัวเลือกขนาดหน้าจอที่เพิ่มขึ้นในอนาคต

ด้านไลน์อัป Samsung Color E-Paper มอบโซลูชันป้ายดิจิทัลที่ใช้พลังงานต่ำเป็นพิเศษ เพื่อเป็นทางเลือกแทนโปสเตอร์กระดาษแบบดั้งเดิม โดยรุ่น Color E-Paper ขนาด 13 นิ้ว ถือเป็นจอแสดงผลเชิงพาณิชย์รุ่นแรกของโลกที่นำวัสดุไบโอเรซินซึ่งสกัดจากแพลงก์ตอนพืชมาใช้เป็นส่วนประกอบของตัวเครื่อง โครงสร้างตัวเครื่องของจอแสดงผลรุ่นดังกล่าวประกอบด้วยพลาสติกรีไซเคิล 45% และไบโอเรซินจากแพลงก์ตอนพืช 10% ซึ่งช่วยให้กระบวนการผลิตสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนได้มากกว่า 40% เมื่อเทียบกับการใช้พลาสติกจากปิโตรเลียมแบบดั้งเดิม2 โดยซัมซุงมีแผนขยายการใช้วัสดุดังกล่าวไปยังผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม E-Paper ให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้นในอนาคต

นอกจากนี้ซัมซุงยังมีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทั้งจอแสดงผลขนาดใหญ่พิเศษ ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานในสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่ต้องการความโดดเด่นสูง โดยมีตั้งแต่รุ่น QPDX-5K ขนาด 105 นิ้ว รุ่น QHFX ขนาด 115 นิ้ว ไปจนถึงป้ายดิจิทัล Micro RGB ขนาด 130 นิ้ว รุ่น QPHX ที่เตรียมเปิดตัวในอนาคต

นอกเหนือจากฮาร์ดแวร์แล้ว ซัมซุงยังมุ่งมั่นรักษาความเป็นผู้นำในตลาดอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเชื่อมโยงอุปกรณ์และโซลูชันต่าง ๆ เข้าด้วยกัน เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่สอดประสานและครบวงจรแก่ลูกค้า ครอบคลุมถึงแพลตฟอร์ม Samsung VXT สำหรับการจัดการอุปกรณ์ระยะไกลและการบริหารคอนเทนต์ รวมถึงแอปพลิเคชัน AI Studio ใหม่ ที่ช่วยให้สามารถสร้างวิดีโอสำหรับป้ายดิจิทัลได้อย่างง่ายดายจากภาพสินค้าภาพเดียว3

คุณฮยองแจ คิม รองประธานบริหาร ธุรกิจ Visual Display (VD) ของ Samsung Electronics กล่าวว่า “การครองตำแหน่งผู้นำในตลาดจอแสดงผลเชิงพาณิชย์อย่างต่อเนื่องยาวนานถึง 17 ปี เป็นผลมาจากการรับฟังความต้องการของลูกค้าในกลุ่ม B2B และอยู่เคียงข้างพัฒนาไปพร้อมกัน นอกจากนี้เมื่อธุรกิจมีการเปลี่ยนแปลง เทคโนโลยีที่ตอบโจทย์จึงต้องมีความน่าเชื่อถือ บริหารจัดการได้อย่างง่ายดาย และพร้อมรองรับความเปลี่ยนแปลงในอนาคต โดยเราจะยังคงเดินหน้าลงทุนด้านจอแสดงผลและโซลูชันต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยให้พันธมิตรของเราดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และสามารถสร้างประสบการณ์ที่ดียิ่งกว่าในทุกพื้นที่”

เชิงอรรถ

  1. ข้อมูลจากรายงานOmdia Q4 2025 Public Display Report โดยพิจารณาจากยอดจำหน่ายหน่วยสินค้า (ไม่รวมทีวีสำหรับผู้บริโภค)
  2. อ้างอิงจากผลการทดสอบภายในภายใต้เงื่อนไขเฉพาะเท่านั้น โดยเปรียบเทียบกับเรซินจากปิโตรเลียม (PC+ABS)ที่มีน้ำหนักเท่ากัน การคำนวณการปล่อยก๊าซคาร์บอนอ้างอิงจากข้อมูล Product Carbon Footprint (PCF) ในกระบวนการผลิตเรซิน ตามมาตรฐาน ISO 14067, 14040 และ 14044 ครอบคลุมการปล่อยก๊าซคาร์บอนตั้งแต่ต้นน้ำถึงหน้าประตูโรงงาน (cradle to gate) โดยไม่รวมขั้นตอนปลายน้ำ การใช้งาน และการจัดการหลังหมดอายุการใช้งาน ทั้งนี้ ตัวเลขทั้งหมดเป็นการประมาณการจากข้อมูลที่มีอยู่ และอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้
  3. Samsung VXTจำหน่ายแยกต่างหาก และความพร้อมให้บริการของโซลูชันอาจแตกต่างกันไปในแต่ละภูมิภาค