LEO จับมือ Thailand Post – Viettel Post เปิด “ระเบียงโลจิสติกส์ ไทย–เวียดนาม-จีน” ยกระดับ Cross-Border หนุนอีคอมเมิร์ซเอเชีย

วันศุกร์ที่ 27 มีนาคม 2569 16:01

LEO จับมือ Thailand Post – Viettel Post เปิด “ระเบียงโลจิสติกส์ ไทย–เวียดนาม-จีน” ยกระดับ Cross-Border หนุนอีคอมเมิร์ซเอเชีย

บมจ.ลีโอ โกลบอล โลจิสติกส์ (LEO) ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (Thailand Post) และ Viettel Post Joint Stock Corporation (Viettel Post) ลงนามบันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding: MOU) เพื่อพัฒนาเครือข่ายโลจิสติกส์ข้ามพรมแดน เชื่อมไทย–เวียดนาม ผ่านระบบขนส่งหลายรูปแบบ มุ่งลดต้นทุน เพิ่มความรวดเร็ว และยกระดับประสิทธิภาพซัพพลายเชน รองรับความต้องการด้านโลจิสติกส์และอีคอมเมิร์ซในภูมิภาคเอเชียที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง

นายเกตติวิทย์ สิทธิสุนทรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ลีโอ โกลบอล โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LEO เปิดเผยว่า ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นการต่อยอดจากความสำเร็จของการลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ด้านการขยายบริการโลจิสติกส์ร่วมกับบริษัท Viettel Post Corporation เมื่อเดือนกรกฎาคม 2567 ที่ผ่านมา โดยในครั้งนี้มีเป้าหมายในการพัฒนา “ระเบียงโลจิสติกส์” (Logistics Corridor) เชื่อมโยงประเทศไทย–เวียดนาม–จีน ผ่านระบบขนส่งหลายรูปแบบ (Multimodal Transport) ทั้งทางถนน รถไฟ และทางอากาศ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านเวลา ลดต้นทุน และเสริมความต่อเนื่องของห่วงโซ่อุปทานในระดับภูมิภาค ทั้งนี้ การลงนามบันทึกความเข้าใจในครั้งล่าสุด ยังได้รับเกียรติจากท่าน อุรวดี ศรีภิรมย์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม เข้าร่วมเป็นสักขีพยาน

บันทึกความเข้าใจฉบับนี้ ได้กำหนดกรอบความร่วมมือในหลายมิติสำคัญ ครอบคลุมการเสริมสร้างความเชื่อมโยงด้านโลจิสติกส์ และอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนระหว่างไทยและเวียดนาม เพื่อยกระดับประสิทธิภาพของห่วงโซ่อุปทาน และอำนวยความสะดวกทางการค้าระหว่างประเทศ ควบคู่กับการส่งเสริมการแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกทางการตลาด และการสำรวจโอกาสในการพัฒนาช่องทางการจำหน่ายสินค้าระหว่างสองประเทศ รวมถึงการพิจารณาขยายการเชื่อมโยงทางการค้าในระเบียงเศรษฐกิจ ไทย–เวียดนาม–จีน

นอกจากนี้ ยังครอบคลุมความร่วมมือระหว่างแพลตฟอร์ม ThailandPostMart และ VipoMall เพื่อผลักดันการเติบโตของอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน และเพิ่มโอกาสการเข้าถึงตลาดให้กับภาคธุรกิจ พร้อมทั้งการร่วมกันพัฒนาธุรกิจและดำเนินกิจกรรมการสื่อสารทางการตลาด เพื่อยกระดับการรับรู้แบรนด์ และส่งเสริมโอกาสทางการค้าระหว่างประเทศในอนาคต

ในบทบาทของแต่ละฝ่าย LEO จะทำหน้าที่เป็นผู้ให้บริการโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ (International Logistics Services Provider) โดยพัฒนาโซลูชั่นโลจิสติกส์แบบครบวงจร ครอบคลุมทั้งการขนส่งข้ามพรมแดน และการบริหารจัดการพิธีการศุลกากรอย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่ Thailand Post จะเสริมความแข็งแกร่งด้านเครือข่ายการกระจายสินค้าในประเทศไทย และเพิ่มศักยภาพในการเข้าถึงช่องทางค้าปลีกและอีคอมเมิร์ซอย่างครอบคลุม ส่วน Viettel Post จะสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐาน และแพลตฟอร์มเทคโนโลยีในประเทศเวียดนาม ซึ่งมีความพร้อมด้านโลจิสติกส์ครบวงจรทั้งทางบก ทางราง และทางอากาศ โดยเฉพาะ Viettel Logistics Park, Lang Son ซึ่งมีพื้นที่กว่า 143 เฮกตาร์ รองรับรถขนส่งได้ประมาณ 1,500–2,800 คันต่อวัน จะเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในการรองรับและขยายเส้นทางโลจิสติกส์ข้ามพรมแดนในอนาคต

ทั้งนี้ ทั้งสามฝ่ายยังมีแผนร่วมกันพัฒนาโซลูชัน Fulfillment แบบสองทาง (Two-way Fulfillment) เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซและสินค้าศักยภาพสูง เช่น สินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าเกษตร และสินค้าไฮแวลู (High-value goods) ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องในตลาดเอเชีย

บริษัทฯ มองว่า ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยแก้ Pain Points สำคัญของโลจิสติกส์ข้ามพรมแดนในเอเชีย ทั้งด้านต้นทุนที่สูง ระยะเวลาขนส่งที่ไม่แน่นอน และข้อจำกัดด้านการเชื่อมต่อระหว่างรูปแบบการขนส่ง โดยการพัฒนาเครือข่ายแบบบูรณาการจะช่วยเพิ่มความคล่องตัว (Flexibility) และยกระดับประสิทธิภาพของห่วงโซ่อุปทาน รองรับการเติบโตของการค้าระหว่างไทย–เวียดนาม และขยายตัวสู่ภูมิภาค ASEAN ในระยะยาว

“ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ LEO ในการขยายเครือข่ายโลจิสติกส์ระดับภูมิภาค (Regional Connectivity) และต่อยอดสู่การสร้าง ‘Logistics Triangle’ ร่วมกับพันธมิตร ซึ่งจะช่วยยกระดับความสามารถในการให้บริการขนส่งข้ามพรมแดนอย่างครบวงจร เราเชื่อว่าโลจิสติกส์ไม่ใช่เพียงการขนส่งสินค้า แต่คือการเชื่อมโยงเศรษฐกิจ โอกาส และผู้คน การผสานจุดแข็งของทั้งสามองค์กรจะช่วยสร้างระบบโลจิสติกส์ที่ไร้รอยต่อ และผลักดันให้ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SMEs สามารถเข้าถึงตลาดใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น” นายเกตติวิทย์ กล่าว

LEO ยังมองว่าแนวโน้มการเติบโตของอีคอมเมิร์ซในภูมิภาคเอเชีย รวมถึงการขยายตัวของการค้าระหว่างประเทศ จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อความต้องการบริการโลจิสติกส์ข้ามพรมแดนในระยะยาว โดยความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยเสริมศักยภาพการแข่งขันของบริษัทฯ และสร้างโอกาสในการขยายฐานลูกค้า รวมถึงต่อยอดบริการใหม่ที่มีมูลค่าเพิ่มสูงในอนาคต