กรมลดโลกร้อน ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดประชุม IPCC ครั้งที่ 64 เร่งวางโรดแมป “AR7” วางรากฐานข้อมูลวิทยาศาตร์เพื่อกู้วิกฤตโลก

วันอังคารที่ 24 มีนาคม 2569 15:00

กรมลดโลกร้อน ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดประชุม IPCC ครั้งที่ 64 เร่งวางโรดแมป “AR7” วางรากฐานข้อมูลวิทยาศาตร์เพื่อกู้วิกฤตโลก

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมร่วมกับคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Intergovernmental Panel on Climate Change: IPCC) เปิดการประชุมคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ครั้งที่ 64 (The Sixty-fourth Session of the Intergovernmental Panel on Climate Change: IPCC-64) นำโดย ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม นายปวิช เกศววงศ์ และนายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม นักวิทยาศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านสภาพภูมิอากาศและตัวแทนรัฐบาลจาก 138 ประเทศ จากประเทศสมาชิก 195 ประเทศเข้าร่วม เพื่อกำหนดกรอบการทำงานและขอบเขตของรายงานการประเมินฉบับที่ 7 (AR7) ซึ่งจะเป็นเข็มทิศสำคัญ ในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในการดำเนินนโยบายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลกในทศวรรษนี้

โดยจะช่วยเสริมสร้างความเข้าใจบนพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับสาเหตุ ผลกระทบ ความเสี่ยง และทางเลือกในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมทั้งคู่มือในเรื่อง เทคโนโลยีการกำจัดคาร์บอนไดออกไซด์ (Carbon Dioxide Removal Technologies) และเทคโนโลยีการดักจับ การใช้ประโยชน์ และการกักเก็บคาร์บอน (Carbon Capture, Utilization, and Storage: CCUS) คู่มือจัดทำบัญชีการปล่อยมลสารที่มีอายุสั้นในบรรยากาศ และการพิจารณาโครงการและงบประมาณภายใต้กองทุนทรัสต์ของ IPCC (IPCC Trust Fund) ณ ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ กรุงเทพมหานคร

ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ในนามรัฐบาลไทย มีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้เป็นเจ้าภาพร่วมจัดการประชุม IPCC ครั้งที่ 64 ณ กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นการประชุมสำคัญระดับโลกด้านวิทยาศาสตร์สภาพภูมิอากาศ และขอต้อนรับคณะผู้บริหาร IPCC (Professor Sir Jim Skea ประธาน IPCC, Mr. Abdalah Mokssit เลขาธิการ IPCC), ผู้แทนจาก WMO, UNEP, UNFCCC และนักวิทยาศาสตร์จากทั่วโลก โดยเน้นย้ำความท้าทายจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรง (Global Boiling) ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ เศรษฐกิจ และชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน โดยความรู้ทางวิทยาศาสตร์มีความสำคัญสูงสุดในการหาทางออก ประเทศไทยให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเชื่อมโยงองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์กับการดำเนินงานจริง โดยเฉพาะการสนับสนุนการดำเนินงานภายใต้ความตกลงปารีส อาทิ การเร่งเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี พ.ศ. 2593 (ค.ศ. 2050) การผลักดันพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การสร้างตลาดคาร์บอนเครดิต รวมถึงการปรับตัวที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ โดยสร้างระบบเตือนภัยที่ทันสมัยเพื่อช่วยเหลือประชาชน

การดำเนินงานทั้งหมดมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน (Partnership) เพื่อนำพาประเทศไทยสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ อีกทั้งได้ยืนยันความพร้อมของไทยในฐานะเจ้าภาพร่วมที่จะสนับสนุนการแลกเปลี่ยนความรู้ เพื่อสร้างสังคมโลกที่ยืดหยุ่นและยั่งยืน