ดีลอยท์ เผยเอเชียแปซิฟิกเข้าสู่ยุค “ดาต้าเซ็นเตอร์บูม” พร้อมแนะใช้พลังงานสะอาดขับเคลื่อนการเติบโตโดยไม่กระทบโครงข่ายไฟฟ้า

วันอังคารที่ 17 มีนาคม 2569 15:29

ดีลอยท์ เผยเอเชียแปซิฟิกเข้าสู่ยุค “ดาต้าเซ็นเตอร์บูม” พร้อมแนะใช้พลังงานสะอาดขับเคลื่อนการเติบโตโดยไม่กระทบโครงข่ายไฟฟ้า
  • เอเชียแปซิฟิกเป็นศูนย์กลางดาต้าเซ็นเตอร์สำคัญของโลก ในจีน ญี่ปุ่น และสิงคโปร์ ขณะที่ออสเตรเลีย อินเดีย และมาเลเซีย กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วจากความต้องการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลที่เพิ่มขึ้น
  • ในสถานการณ์ที่มีการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้งาน การใช้ไฟฟ้าของดาต้าเซ็นเตอร์ในภูมิภาคอาจเพิ่มขึ้น จากเดิมที่ต่ำกว่า 200 เทราวัตต์ชั่วโมง (TWh) ในปี 2568 เพิ่มเป็นมากกว่า 1,000 TWh ภายในช่วงกลางปี 2573 โดยดาต้าเซ็นเตอร์อาจคิดเป็นร้อยละ 2.3 ของความต้องการไฟฟ้าในภูมิภาค ภายในปี 2573 ซึ่งเป็นสัดส่วนที่มากที่สุดนอกภูมิภาคอเมริกาเหนือ[1]
  • ความต้องการไฟฟ้าในภูมิภาคมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเกือบร้อยละ 50 ระหว่างปี 2567–2578 เนื่องจากภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจหันมาใช้พลังงานไฟฟ้าแทนเชื้อเพลิงฟอสซิลชนิดเหลวมากขึ้น ขณะเดียวกันเศรษฐกิจยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง[2] ส่งผลให้รัฐบาลทั่วภูมิภาคเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการผลิต การส่ง และการกระจายพลังงานเพื่อรองรับความต้องการดังกล่าว

ดีลอยท์เผยรายงานล่าสุด “Powering Asia Pacific’s Data Centre Boom: Unlocking Sector Growth” ระบุว่า การวางกลยุทธ์ที่เหมาะสมในการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ควบคู่กับการขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าเพื่อรองรับดาต้าเซ็นเตอร์ ถือเป็นกุญแจสำคัญในการปลดล็อกศักยภาพของอุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

ถึงแม้ว่า ดาต้าเซ็นเตอร์จะสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล แต่ก็สร้างความท้าทายต่อระบบพลังงานที่กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านเช่นกัน การบริหารจัดการความสมดุลระหว่างการเติบโตและความยั่งยืนด้านพลังงาน จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดความสามารถในการขยายตัวของอุตสาหกรรมในทศวรรษหน้า งานวิจัยของดีลอยท์พบว่า ดาต้าเซ็นเตอร์สามารถเติบโตได้อย่างรวดเร็วโดยไม่สร้างภาระต่อโครงข่ายไฟฟ้า หากใช้กลยุทธ์จัดหาพลังงานสะอาดที่ช่วยเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้า เสริมความมั่นคงของระบบ และเร่งการลดการปล่อยคาร์บอน

รายงานชี้ว่า ดาต้าเซ็นเตอร์กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักของเศรษฐกิจดิจิทัล รองรับบริการคลาวด์ การสื่อสาร อีคอมเมิร์ซ และปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างไรก็ตาม การขยายตัวอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรมดังกล่าว สร้างความท้าทายต่อระบบพลังงานที่กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด 

ดีลอยท์ระบุว่า หากมีการวางแผนและลงทุนตามแนวคิด “มุ่งเน้นพลังงาน (Power-first)” ตั้งแต่ต้น การเติบโตของดาต้าเซ็นเตอร์สามารถช่วยเร่งการพัฒนาระบบพลังงานสะอาดให้มีเสถียรภาพและต้นทุนที่เหมาะสม แทนที่จะเป็นข้อจำกัดต่อเป้าหมายด้านพลังงานและสภาพภูมิอากาศของประเทศ 

โอกาสเศรษฐกิจควบคู่ความท้าทายด้านพลังงาน

รายงานระบุว่า การขยายตัวของดาต้าเซ็นเตอร์เป็นทั้งโอกาสทางเศรษฐกิจและความท้าทายด้านพลังงาน หากขาดการวางแผนเชิงรุก การเติบโตอย่างรวดเร็วอาจทำให้เกิดความล่าช้าในการเชื่อมต่อโครงข่ายไฟฟ้า เพิ่มความผันผวนของราคาไฟฟ้า และชะลอการลดการใช้พลังงานที่ปล่อยคาร์บอนสูง 

ขณะเดียวกัน พลังงานสะอาดกำลังกลายเป็นแหล่งพลังงานใหม่ที่สามารถพัฒนาได้เร็วและมีต้นทุนแข่งขันได้มากขึ้นในหลายประเทศของเอเชียแปซิฟิก โดยได้รับแรงสนับสนุนจากราคาพลังงานแสงอาทิตย์และแบตเตอรี่ที่ลดลง รวมถึงนโยบายด้านพลังงานและสภาพภูมิอากาศที่เข้มแข็งขึ้น 

วิล ไซมอนส์ (Will Symons) ลีดเดอร์ด้านความยั่งยืน ดีลอยท์ เอเชียแปซิฟิก กล่าว “เอเชียแปซิฟิกกำลังอยู่ในจุดเปลี่ยนสำคัญ การเติบโตของ AI คลาวด์ และการเชื่อมต่อดิจิทัล กำลังผลักดันการลงทุนในดาต้าเซ็นเตอร์อย่างมหาศาล ขณะที่โครงข่ายไฟฟ้าในหลายประเทศกำลังเผชิญแรงกดดันด้านการลดคาร์บอนและความมั่นคงด้านพลังงาน การให้ความสำคัญกับพลังงานสะอาดตั้งแต่ต้น จึงเป็นปัจจัยสำคัญในการรองรับการเติบโตในระยะยาว” 

พลังงานสะอาด กุญแจสำคัญของการขยายดาต้าเซ็นเตอร์

ปัจจุบัน การเข้าถึงพลังงานกำลังกลายเป็นข้อจำกัดสำคัญต่อการขยายดาต้าเซ็นเตอร์ในหลายประเทศของเอเชียแปซิฟิก โดยเริ่มเห็นปัญหาคิวเชื่อมต่อโครงข่ายไฟฟ้าและข้อจำกัดด้านกำลังการผลิต ในบางพื้นที่นั้น ความต้องการพลังงานที่วางแผนไว้สำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ได้เกินกว่าการอัปเกรดโครงข่ายที่กำหนดไว้แล้ว ซึ่งสะท้อนถึงความสำคัญของการบูรณาการประเด็นด้านพลังงานเข้ากับการเลือกทำเล การออกแบบสิ่งอำนวยความสะดวก และการตัดสินใจลงทุนตั้งแต่เริ่มต้น 

ผู้ประกอบการดาต้าเซ็นเตอร์ชั้นนำ จึงเริ่มใช้กลยุทธ์พลังงานสะอาดเพื่อบริหารความเสี่ยง ทั้งการเพิ่มความชัดเจนด้านต้นทุน ลดผลกระทบจากความผันผวนของราคาพลังงาน และตอบสนองความคาดหวังด้านสิ่งแวดล้อมจากลูกค้า นักลงทุน และหน่วยงานกำกับดูแล ซึ่งทางเหล่านี้ครอบคลุมถึงกลไกราคาคาร์บอน มาตรฐานด้านประสิทธิภาพพลังงาน และมาตรฐานความยั่งยืนที่เข้มงวดขึ้นในตลาดสำคัญ เช่น จีน ญี่ปุ่น อินเดีย สิงคโปร์ และออสเตรเลีย 

แนวปฏิบัติเพื่อขับเคลื่อนการเติบโตพลังงานสะอาด

งานวิจัยของดีลอยท์พบว่า ผู้นำดาต้าเซ็นเตอร์รุ่นใหม่ในเอเชียแปซิฟิกกำลังพัฒนาโมเดลเชิงปฏิบัติที่ช่วยขยายกำลังการผลิตควบคู่กับการลดคาร์บอนของระบบพลังงาน โดยแนวทางสำคัญ ได้แก่

  • แนวคิด “มุ่งเน้นพลังงาน (Power-first)”: ออกแบบโครงการโดยให้ความสำคัญกับการเข้าถึงพลังงานสะอาดที่เชื่อถือได้และสามารถขยายได้ตั้งแต่ต้น แทนการมองพลังงานเป็นเพียงการตัดสินใจจัดซื้อในลำดับรอง
  • การจัดหาพลังงานสะอาดหลากหลายรูปแบบ: ผสานการใช้พลังงานหมุนเวียนในสถานที่ ระบบกักเก็บพลังงาน อัตราค่าไฟฟ้าสีเขียวจากผู้ให้บริการ และสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาว (PPA) เพื่อให้ได้พลังงานที่คุ้มค่าและปล่อยก๊าซต่ำ และสนับสนุนการผลิตไฟฟ้ารุ่นใหม่
  • การพัฒนาโครงการแบบ Co-location: สร้าง “เขตดาต้าเซ็นเตอร์พลังงานสะอาด” ใกล้แหล่งพลังงานหมุนเวียนคุณภาพสูง เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ หรือพลังงานลม รวมถึงโครงข่ายไฟฟ้าที่มีอยู่แล้ว เพื่อลดความจำเป็นในการอัปเกรดโครงข่ายที่มีต้นทุนสูง
  • การบริหารโหลดอย่างยืดหยุ่น: ใช้ระบบปฏิบัติการขั้นสูงเพื่อย้ายภาระงานไปยังช่วงเวลาและสถานที่ที่มีพลังงานหมุนเวียนต้นทุนต่ำ
  • การผสานระบบกักเก็บพลังงานและบริการเสริมโครงข่าย: ใช้แบตเตอรี่และเทคโนโลยีอื่นเพื่อเสริมความยืดหยุ่นของระบบพลังงาน พร้อมส่งเสริมความทนทาน การกระจายรายได้ และการให้บริการ เช่น การควบคุมความถี่ของระบบไฟฟ้า

ความร่วมมือหลายภาคส่วน หนุนการเติบโตอย่างยั่งยืน

รายงานเสนอแผนงานความร่วมมือจากหลายภาคส่วน เพื่อให้เกิด “การเติบโตโดยไม่สร้างภาระต่อโครงข่ายไฟฟ้า” ในเอเชียแปซิฟิก สำหรับผู้พัฒนาและผู้ดำเนินงานดาต้าเซ็นเตอร์ แนวทางที่แนะนำ ได้แก่ การให้ความสำคัญกับการจัดหาพลังงานสะอาดที่เพิ่มกำลังการผลิตใหม่เข้าสู่ระบบไฟฟ้า การติดตั้งระบบกักเก็บพลังงานตั้งแต่เริ่มต้น และการออกแบบโครงการให้สอดคล้องกับข้อกำหนดด้านการเปิดเผยข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม พลังงาน และน้ำที่มีแนวโน้มเข้มงวดขึ้น 

ขณะที่ภาครัฐ หน่วยงานกำกับดูแล ผู้ให้บริการพลังงาน นักลงทุน และองค์กรผู้ใช้พลังงานรายใหญ่ ควรร่วมกันดำเนินมาตรการ เช่น การเร่งอนุญาตโครงการที่ช่วยเสริมเสถียรภาพโครงข่าย การร่วมลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและดิจิทัล และการเลือกพันธมิตรที่มีการลงทุนด้านพลังงานสะอาดอย่างแท้จริง มาตรการเหล่านี้จะช่วยให้ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกสามารถคว้าโอกาสทางเศรษฐกิจจากการเติบโตของดาต้าเซ็นเตอร์ พร้อมเดินหน้าสู่เป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศของทั้งระดับประเทศและภูมิภาค 

นายอับราจิต เรย์ (Abhrajit Ray) ลีดเดอร์กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยี สื่อ และโทรคมนาคม ดีลอยท์ เอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า “AI คลาวด์ และการเชื่อมต่อดิจิทัล กำลังสร้างความต้องการด้านพลังประมวลผลในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ผู้ที่จะเป็นผู้นำในยุคนี้คือผู้ประกอบการและตลาดที่มองพลังงานเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลัก ไม่ใช่เพียงกระบวนการจัดหาทรัพยากรในภายหลัง” 

นายเค กาเนซาน โคลัน เด เวลู (K Ganesan Kolan De Velu) ลีดเดอร์กลุ่มบริการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับความยั่งยืนและเรื่องอื่นๆ ดีลอยท์ เซาท์อีสต์เอเชีย กล่าวเสริมว่า “ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังก้าวขึ้นเป็นพื้นที่สำคัญของการเติบโตของดาต้าเซ็นเตอร์ จากความต้องการดิจิทัลที่เพิ่มขึ้นและการลงทุนด้านพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานที่ขยายตัว หากสามารถขยายเศรษฐกิจดิจิทัลควบคู่ไปกับระบบพลังงานที่สะอาดและเชื่อถือได้ ก็จะช่วยสร้างโมเดลการเติบโตอย่างยั่งยืนที่เสริมศักยภาพการแข่งขันและเร่งการลดคาร์บอนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก”