“วินด์ เอนเนอร์ยี่” เตรียมงบลงทุน 20,000 ล้านบาทดันพอร์ตพลังงานหมุนเวียนแตะ 2,000 เมกะวัตต์

วันจันทร์ที่ 9 มีนาคม 2569 10:21

“วินด์ เอนเนอร์ยี่” เตรียมงบลงทุน 20,000 ล้านบาทดันพอร์ตพลังงานหมุนเวียนแตะ 2,000 เมกะวัตต์

“วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง” เตรียมงบลงทุน 5 ปี ระหว่างปี 2569 – 2573 รวม 20,000 ล้านบาท เดินหน้า 3 แผนงาน มุ่งบรรลุเป้าขยายพอร์ตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนสู่ 2,000 เมกะวัตต์ มั่นใจกลางปี 2569 นี้ เริ่มปักหมุดก่อสร้าง โรงไฟฟ้าพลังงานลมโครงการใหม่ 89.7 เมกะวัตต์ ที่ อ.เทพารักษ์ จ.นครราชสีมา

นายณัฐพศิน เชฎฐ์อุดมลาภ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง จำกัด ผู้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมรายแรกและรายใหญ่ที่สุดในไทย เปิดเผยว่า งบลงทุนดังกล่าว จะใช้สำหรับเดินหน้า 3 แผนงานหลัก เพื่อขยายพอร์ตธุรกิจไฟฟ้าหมุนเวียนของบริษัทฯ ประกอบด้วย

  1. เงินลงทุนก่อสร้างโรงไฟฟ้า 4 แห่งใหม่ รวม 299.1 เมกะวัตต์ ที่ชนะการประมูล และลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ระยะยาวแล้ว 2 โครงการ คาดว่าจะทยอยรับรู้รายได้เข้ามาตั้งแต่ 2570 จนครบทั้งหมดในปี 2573
  2. เงินลงทุนเพื่อพัฒนาโครงการใหม่ ให้พร้อมเข้าร่วมประมูลการรับซื้อไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน รอบใหม่
  3. เงินลงทุนสำหรับศึกษาความเป็นไปได้ในธุรกิจพลังงานหมุนเวียนในต่างประเทศ

ทั้งนี้ ในช่วงกลางปี 2569 นี้ บริษัทฯ จะเริ่มก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานลมแห่งใหม่ ภายใต้ชื่อโครงการ “ด่านขุนทด วินด์ วัน” (DKT1) กำลังการผลิต 89.7 เมกะวัตต์ ซึ่งเป็น 1 ใน 4 โครงการใหม่ ที่เพิ่งชนะการประมูล คาดว่าจะแล้วเสร็จ เริ่มจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) และรับรู้รายได้ในช่วงปลายปี 2570 เป็นต้นไป

“ปัจจุบันเรามีพลังงานหมุนเวียนในมือรวม 1,016 เมกะวัตต์ เพิ่มขึ้นจาก 717 เมกะวัตต์ ใน 8 โครงการเดิมที่รับรู้รายได้แล้ว และจากนี้ไปแผนงาน 3 ด้านดังกล่าว จะช่วยเติมพอร์ตธุรกิจพลังงานหมุนเวียนของเราให้แตะระดับ 2,000 เมกะวัตต์ ให้ได้ภายในปี 2580 ซึ่งตั้งแต่ปีนี้ไปจะได้เห็นภาพ WEH เริ่มก่อสร้างโครงการใหม่ และทยอยรับรู้รายได้เข้ามาตั้งแต่ปี 2570- 2573”

นายณัฐพศิน กล่าวต่อไปว่า ปัจจุบันสถานะทางการเงิน ผลประกอบการ และหนี้สิน ยังอยู่ในระดับแข็งแกร่งมาต่อเนื่องในช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมา เป็นผลจากความเชี่ยวชาญ และการป้องกันความเสี่ยงในการผลิต และการชำระหนี้คืนสถาบันการเงินอย่างต่อเนื่องโดยไม่มีประวัติผิดนัดชำระ ทำให้มีรายได้มากกว่า 10,000 ล้านบาท และกำไรมากกว่า 5,000 ล้านบาท ต่อเนื่องกัน ตั้งแต่ปี 2564–2568 ในขณะที่สัดส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E ratio) ลดต่ำต่อเนื่องจนปัจจุบันอยู่ที่ 0.7 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมที่ 1.5 เท่า หรือต่ำกว่ามากกว่า 1 เท่าตัว

ในฐานะผู้นำในอุตสาหกรรมพลังงานลมของประเทศ เราภูมิใจที่ได้ใช้ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านพลังงานลมของเรา ให้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยประเทศไทยเปลี่ยนผ่านไปสู่การเป็นประเทศที่ใช้พลังงานสะอาด และยั่งยืน”