โรงพยาบาลบางมดเอสเธติค (Bangmod Aesthetic Hospital: BAH) ตอกย้ำจุดยืนในฐานะผู้นำด้านศัลยกรรมความงามระดับนานาชาติ จัดงานประชุมวิชาการ “Global Advancements in Facelift & Breast Surgery 2026” รวมศัลยแพทย์ตกแต่งจากประเทศไทยและต่างประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางวิชาการ ยกระดับมาตรฐานวิชาชีพ และต่อยอดศักยภาพศัลยแพทย์ไทยให้ก้าวไกลสู่ระดับสากล สะท้อนความเชื่อมั่นของวงการศัลยกรรมความงามที่มีต่อฝีมือและมาตรฐานการรักษาของประเทศไทย
การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านศัลยกรรมการดึงหน้าและศัลยกรรมตกแต่งทรวงอก โดยมี นพ. ธนัญชัย อัศดามงคล แพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมตกแต่ง และ CEO ของโรงพยาบาลบางมดเอสเธติค พร้อมด้วย พญ. ภาวิณี อรรณพพรชัย และ นพ. รัชภูมิ เกตุแก้ว ทีมแพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมตกแต่งของโรงพยาบาล ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์และเทคนิคในการดึงหน้าขั้นสูง “Modern Facelift Plus” ซึ่งเป็นการดึงหน้าในชั้นลึกที่เป็นเทคนิคเฉพาะของบางมด ด้วยการเย็บใบหน้าชั้น SMAS ถึง 3 ขั้นตอน (Triple SMAS) ผสานการดึงหน้าร่วมกับการเติมไขมันบนใบหน้า (Fat Grafting) เพื่อให้ผลลัพธ์อยู่ได้อย่างยาวนานขึ้น ตลอดจนมีการวิเคราะห์โครงสร้างใบหน้าในแต่ละเคสที่เหมาะสมเฉพาะตัวบุคคล และการออกแบบผลลัพธ์ก่อนผ่าตัด ภายใต้แนวคิด “แผลเล็ก เจ็บน้อย หายเร็ว ดูเป็นธรรมชาติ” โดยมุ่งเน้นความปลอดภัย ความสมดุล และมาตรฐานการรักษาในระดับโรงพยาบาลชั้นนำ
นอกจากนี้ โรงพยาบาลยังได้รับเกียรติจากแพทย์ด้านศัลยกรรมตกแต่งทั้งในและต่างประเทศเข้าร่วมบรรยาย แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ทั้งในหัวข้อของ Facial Palsy โดย Dr.Tsz Yin Voravitvet และ Concept of 3D Printing Breast Volume โดย Dr.Jo Chun Hsiao เป็นต้น โดยภายหลังการบรรยาย หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของงานทางโรงพยาบาลได้เปิดโอกาสให้แพทย์ทั้งหมดที่เข้าร่วมประชุมได้เข้าร่วมสังเกตการณ์เทคนิคในการผ่าตัด Modern Facelift Plus ที่ได้รับการยอมรับและความสนใจจากแพทย์ศัลยกรรมตกแต่งจากต่างประเทศที่เข้าร่วมงานเป็นอย่างมาก และถือเป็นเวทีสำคัญที่สะท้อนศักยภาพของทีมศัลยแพทย์ตกแต่งไทย ตลอดจนความพร้อมของระบบห้องผ่าตัดการดูแลคนไข้ระหว่างพักฟื้น และภายหลังจากการผ่าตัดที่ได้มาตรฐานระดับสากล
นพ. ธนัญชัย อัศดามงคล แพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมตกแต่ง และ CEO โรงพยาบาลบางมดเอสเธติค กล่าวว่า “การจัดประชุมวิชาการระดับนานาชาติครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ แต่คืออีกก้าวสำคัญในการเตรียมความพร้อมที่จะเปิดศูนย์เฉพาะทางด้านการดึงหน้าอย่างยิ่งใหญ่ และเป็นการตอกย้ำว่าศัลยแพทย์ตกแต่งของไทยมีศักยภาพและมาตรฐานในการผ่าตัดไม่แพ้ชาติใดในโลก เราเชื่อว่าการเปิดบ้านให้แพทย์จากต่างประเทศเข้ามาร่วมแลกเปลี่ยนความรู้และศึกษาดูงานในครั้งนี้ คือการสะท้อนความเชื่อมั่นในคุณภาพของทีมแพทย์เรา ตลอดจนระบบการดูแลรักษา และมาตรฐานความปลอดภัยของโรงพยาบาล บางมดเอสเธติคที่มุ่งมั่นพัฒนาองค์ความรู้ วิจัยพัฒนา และประยุกต์ใช้เทคโนโลยีใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อต่อยอดผลลัพธ์การรักษา และขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางด้านศัลยกรรมความงามด้านการดึงหน้าของภูมิภาคเอเชียอย่างยั่งยืน”
การประชุมครั้งนี้จึงไม่เพียงตอกย้ำบทบาทของโรงพยาบาลบางมดเอสเธติคในฐานะผู้นำด้านศัลยกรรมดึงหน้าและศัลยกรรมตกแต่งทรวงอกของประเทศไทย แต่ยังสะท้อนภาพประเทศไทยในฐานะหนึ่งในจุดหมายปลายทางสำคัญของวงการศัลยกรรมความงามระดับนานาชาติ และด้วยความมุ่งมั่นในการพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่ง โรงพยาบาลบางมดเอสเธติคจึงไม่ได้เป็นเพียงสถานพยาบาลด้านศัลยกรรมความงาม หากแต่เป็นศูนย์กลางแห่งความก้าวหน้าทางวิชาการ ที่พร้อมขับเคลื่อนวงการศัลยกรรมความงามไทยสู่ระดับสากลอย่างมั่นคงและยั่งยืน
