ชูพอร์ต Community Mall แข็งแกร่ง คงอัตราเช่าพื้นที่เฉลี่ยสูง 93% พร้อมเคาะจ่ายเงินปันผลรวมทั้งปี 0.4430 บาทต่อหน่วย
ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ อัลไล หรือ ALLY ประกาศผลการดำเนินงานปี 2568 เติบโตแข็งแกร่งสวนกระแสเศรษฐกิจ โกยรายได้รวม 1,597 ล้านบาท ขณะที่กำไรไตรมาส 4 พุ่งทะยานกว่า 22.1% YoY รับอานิสงส์การรับรู้รายได้โครงการใหม่และกลยุทธ์บริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ คงอัตราการเช่าพื้นที่เฉลี่ยกว่า 93% พร้อมรักษาอัตราการต่อสัญญาเช่าสูงถึง 95.1% สะท้อนความเชื่อมั่นผู้เช่าในทำเลศักยภาพ เตรียมจ่ายประโยชน์ตอบแทนงวดไตรมาส 4/68 อีก 0.1110 บาทต่อหน่วย รับ Yield 9.8% กำหนด XD วันที่ 25 กุมภาพันธ์นี้ รวมทั้งปีจ่ายอัตรารวม 0.4430 บาทต่อหน่วย
นายกวินทร์ เอี่ยมสกุลรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อัลไล รีท แมนเนจเมนท์ จำกัด ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์อัลไล หรือ ALLY เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานปี 2568 ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ อัลไล (ALLY) สามารถสร้างผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย โดยทำรายได้รวม 1,597 ล้านบาท และมีกำไรจากการลงทุนสุทธิ 606.9 ล้านบาท ผลลัพธ์ดังกล่าวสะท้อนถึงเสถียรภาพของโครงสร้างรายได้และการบริหารพอร์ตสินทรัพย์อย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบกับช่วงไตรมาส 3/2568 กองทรัสต์ได้เข้าลงทุนในทรัพย์สินเพิ่มเติมโครงการทีเท็น บาย วิลเลจ ฮับ บนทำเลศักยภาพย่านถนนติวานนท์ มูลค่าลงทุนที่ 14.68 ล้านบาท ปัจจุบันมีอัตราการเช่าพื้นที่เฉลี่ย 90% ส่งผลให้ ณ สิ้นปี 2568 กองทรัสต์ ALLY มีโครงการศูนย์การค้าภายใต้การบริหารจัดการ จำนวน 15 โครงการ โดยมีพื้นที่เช่าสุทธิ 164,318 ตารางเมตร
ขณะที่ผลการดำเนินงานไตรมาส 4/2568 (ตุลาคม-ธันวาคม) กองทรัสต์ทำรายได้รวม 419.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.8% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) และเพิ่มขึ้น 4.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยมีปัจจัยสนับสนุนสำคัญจากรายได้อื่นที่เติบโตโดดเด่น รวมถึงการบริหารพื้นที่เพื่อสร้างรายได้เสริมที่มีประสิทธิภาพ ด้านกำไรจากการลงทุนสุทธิในไตรมาสนี้อยู่ที่ 169.9 ล้านบาท พุ่งสูงขึ้น 21.4% QoQ และ 22.1% YoY สะท้อนถึงวินัยในการบริหารจัดการต้นทุนและการฟื้นตัวของระดับกำไรอย่างมีนัยสำคัญ ควบคู่ไปกับการรักษาความแข็งแกร่งของฐานะการเงินในระยะยาว โดย ณ สิ้นไตรมาส มูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (Net Asset Value: NAV) อยู่ที่ 8,621.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.4% (YoY) โดยคิดเป็นมูลค่าสินทรัพย์สุทธิต่อหน่วยเท่ากับ 9.8631 บาท สะท้อนถึงการเติบโตของมูลค่าทางบัญชีและคุณภาพฐานทุนที่ยั่งยืน
ในด้านการบริหารจัดการพื้นที่ ALLY ยังคงรักษาอัตราการเช่าพื้นที่ (Occupancy Rate) เฉลี่ยไว้ได้ในระดับสูงที่ 93.0% ซึ่งอยู่ในระดับที่มีศักยภาพสำหรับสินทรัพย์ประเภทค้าปลีกในทำเลชุมชน นอกจากนี้ สิ่งที่สะท้อนความแข็งแกร่งมากกว่าคืออัตราการต่อสัญญากับผู้เช่ารายเดิม (Retention Rate) อยู่ในระดับโดดเด่นที่ 95.1% เพิ่มขึ้น 3.9% YoY พร้อมทั้งปรับเพิ่มอัตราค่าเช่า (Rental Reversion Rate) เฉลี่ยได้ถึง 10.3% เมื่อเทียบกับสัญญาเดิม แสดงให้เห็นถึงความสามารถของกองทรัสต์ในการรักษาผู้เช่าเดิม ตอกย้ำถึงคุณภาพของทำเลในกรุงเทพฯ และเชียงใหม่ ซึ่งเป็นโมเดล “Community-based Retail” ที่เน้นกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อจริงในชีวิตประจำวัน ช่วยลดผลกระทบจากความผันผวนของภาคท่องเที่ยวและสินค้าฟุ่มเฟือยได้เป็นอย่างดี
จากผลการดำเนินงานที่เติบโต กองทรัสต์ฯ ได้พิจารณาอนุมัติจ่ายประโยชน์ตอบแทนจากผลการดําเนินงานในไตรมาส 4/2568 ในอัตรา 0.1110 บาทต่อหน่วย คิดเป็นอัตราผลตอบแทน (Yield) อยู่ที่ 9.8% เมื่อเทียบกับราคาปิดตลาด (4.52 บาทต่อหน่วย) ของหน่วยทรัสต์ ALLY ณ วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 โดยกำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 25 กุมภาพันธ์นี้ และปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหน่วยทรัสต์ในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อเตรียมจ่ายเงินปันผลในวันที่ 25 มีนาคม 2569 ทั้งนี้ เมื่อรวมการจ่ายประโยชน์ตอบแทนตลอดปี 2568 จะคิดเป็นอัตรารวม 0.4430 บาทต่อหน่วย หรือคิดเป็นสัดส่วนการจ่ายสูงถึง 92.9% ของกำไรสุทธิที่ปรับปรุงแล้ว ซึ่งอยู่ในระดับที่เหมาะสม และสะท้อนแนวทางบริหารการจ่ายผลตอบแทนอย่างสมดุลระหว่างการสร้างผลตอบแทนแก่ผู้ถือหน่วยและการรักษาความแข็งแกร่งของฐานะการเงินในระยะยาว
นายกวินทร์ กล่าวว่า แม้เศรษฐกิจไทยอยู่ในช่วงการฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่เสถียรภาพด้านเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำ และทิศทางอัตราดอกเบี้ยที่ผ่อนคลายมากขึ้น ถือเป็นปัจจัยสนับสนุนสำคัญต่อภาคธุรกิจและการลงทุน โดยเฉพาะธุรกิจ REIT ในกลุ่มที่เน้นรายได้ประจำ (Recurring Income) อย่างศูนย์การค้าและ Community Mall เนื่องจากภาระต้นทุนทางการเงินที่ลดลงจะช่วยเพิ่มส่วนต่างผลตอบแทน (Yield Spread) ให้มีความน่าสนใจมากขึ้นเมื่อเทียบกับตราสารหนี้ทั่วไป ขณะเดียวกัน สินทรัพย์ประเภท Community Mall ยังมีความแข็งแกร่งเชิงโครงสร้างจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เน้นความสะดวกใกล้บ้าน ทำให้ปริมาณผู้ใช้บริการในทำเลชุมชนยังคงมีความสม่ำเสมอและทนทานต่อเศรษฐกิจผันผวน
ขณะเดียวกัน กองทรัสต์ ALLY มีความได้เปรียบจากการคัดสรรทรัพย์สินในทำเลศักยภาพสูง ทั้งในกรุงเทพฯ ที่รองรับฐานลูกค้าที่มีกำลังซื้อหนาแน่น และในจังหวัดเชียงใหม่ซึ่งเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของภาคเหนือ ส่งผลให้ความต้องการเช่าพื้นที่เชิงพาณิชย์เติบโตอย่างต่อเนื่องในระยะยาว โดยกองทรัสต์ยังคงมุ่งเน้นการรักษาเสถียรภาพรายได้ผ่านการบริหารจัดการส่วนผสมผู้เช่า (Tenant Mix) ให้สอดรับกับความต้องการของตลาด พร้อมทั้งรักษาวินัยในการควบคุมต้นทุนและการบริหารโครงสร้างเงินทุนอย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างกระแสเงินสดที่มั่นคงและรักษาระดับการจ่ายผลตอบแทนแก่ผู้ถือหน่วยลงทุนได้อย่างสม่ำเสมอภายใต้สภาวะตลาดที่มีความท้าทาย
