ฟอร์ติเน็ต ส่งด่วนความปลอดภัยคลาวด์ในอาเซียน ด้วยการลงทุนครั้งใหม่ในสิงคโปร์

วันศุกร์ที่ 29 สิงหาคม 2568 13:38

ฟอร์ติเน็ต ส่งด่วนความปลอดภัยคลาวด์ในอาเซียน ด้วยการลงทุนครั้งใหม่ในสิงคโปร์

เผยจุดเชื่อมต่อใหม่ (Point of Presence หรือ PoP) ในสิงคโปร์ ช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงบริการความปลอดภัยบนคลาวด์ของฟอร์ติเน็ตได้รวดเร็วขึ้น รองรับการจัดเก็บข้อมูลในประเทศ การปฏิบัติตามข้อกำหนด พร้อมขยายบริการความปลอดภัยคลาวด์ได้ดั่งใจ

ฟอร์ติเน็ต ผู้นำระดับโลกด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้ที่ขับเคลื่อนการผสานรวมของระบบเครือข่ายและระบบรักษาความปลอดภัยเข้าด้วยกัน ประกาศเปิดตัวจุดเชื่อมต่อหรือจุดให้บริการใหม่ของภูมิภาค ในสิงคโปร์สำหรับ Lacework FortiCNAPP แพลตฟอร์มปกป้องแอปพลิเคชันคลาวด์เนทีฟของฟอร์ติเน็ต (Cloud-Native Application Protect Platform) โดยการลงทุนครั้งนี้ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของฟอร์ติเน็ตในการเสริมแกร่งด้านความปลอดภัยไซเบอร์ทั่วทั้งภูมิภาคอาเซียนและเอเชียใต้ ด้วยการช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงบริการความปลอดภัยขั้นสูงบนคลาวด์ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น อีกทั้งตอบโจทย์องค์กรในการจัดเก็บข้อมูลได้ตามต้องการ รวมถึงการปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านกฎระเบียบ ช่วยเร่งองค์กรเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลได้อย่างรวดเร็ว

ขณะที่องค์กรธุรกิจทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หันมาใช้เทคโนโลยีคลาวด์มากขึ้นในการขับเคลื่อนนวัตกรรมและการเติบโต ทำให้ภาพรวมด้านความปลอดภัยซับซ้อนมากขึ้นเช่นกัน หลายองค์กรกำลังบริหารจัดการสภาพแวดล้อมแบบไฮบริดและมัลติคลาวด์ อีกทั้งต้องรับมือกับกฎระเบียบที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่ซับซ้อน ซึ่ง FortiCNAPP PoP แห่งใหม่ของฟอร์ติเน็ตในสิงคโปร์เข้ามาตอบโจทย์ความท้าทายเหล่านี้ ด้วยการมอบบริการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ ช่วยให้องค์กรสามารถปกป้องแอปพลิเคชันแบบคลาวด์เนทีฟได้ดียิ่งขึ้น ทั้งยังคงควบคุมและรักษาความปลอดภัยของข้อมูลสำคัญได้อย่างมั่นใจ

จุดเชื่อมต่อในสิงคโปร์ ช่วยเสริมศักยภาพโครงสร้างพื้นฐานของฟอร์ติเน็ตที่มีอยู่แล้วในภูมิภาค และนับเป็นการติดตั้ง FortiCNAPP แห่งที่สองของฟอร์ติเน็ตในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ต่อเนื่องจากจุดเชื่อมต่อในออสเตรเลีย ซึ่งการที่ฟอร์ติเน็ตมีจุดเชื่อมต่ออยู่แล้วทั้งในอเมริกาเหนือ ยุโรป และออสเตรเลีย การขยายจุดเชื่อมต่อครั้งใหม่นี้ จะยิ่งช่วยให้ฟอร์ติเน็ตสามารถส่งมอบความปลอดภัยได้ใกล้กับพื้นที่การดำเนินงานของธุรกิจทั่วโลกมากยิ่งขึ้น ช่วยสร้างความมั่นใจให้องค์กรทั้งเรื่องความคล่องตัว ความยืดหยุ่น และการตอบสนองที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ความปลอดภัยบนคลาวด์ที่สามารถปรับขยายได้ รองรับการใช้งานในแต่ละภูมิภาค ช่วยให้ทุกอย่างเป็นเรื่องง่าย

Lacework FortiCNAPP ช่วยเสริมศักยภาพให้กับองค์กรในการรักษาความปลอดภัยแอปพลิเคชัน โครงสร้างพื้นฐาน และเวิร์กโหลดบนคลาวด์ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นพับบลิคคลาวด์ (Public Cloud) ไพรเวทคลาวด์ (Private Cloud) หรือไฮบริด (Hybrid) โดยให้บริการในรูปแบบ as a service พร้อมเอนจินที่ขับเคลื่อนด้วย AI ที่ผสานการตรวจจับภัยคุกคามขั้นสูง การจัดการช่องโหว่ ข้อมูลเชิงลึกด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบ และการวิเคราะห์พฤติกรรมรวมอยู่ในโซลูชันเดียว ครอบคลุมตั้งแต่ขั้นตอนการพัฒนาไปจนถึงการใช้งานจริง ทำให้ FortiCNAPP สามารถปกป้องแอปพลิเคชันตลอดวงจรการทำงานได้อย่างง่ายดาย ช่วยให้ทีมสามารถรักษาปลอดภัย ปฏิบัติตามกฏระเบียบ และอยู่เหนือภัยคุกคามในทุกระดับการใช้งาน

การเปิดตัว FortiCNAPP ในสิงคโปร์ ช่วยให้องค์กรและพันธมิตรทั่วภูมิภาคอาเซียนและเอเชียใต้สามารถปลดล็อกข้อได้เปรียบใหม่ๆ

  • ยกระดับการจัดเก็บข้อมูลในประเทศ (Enhanced Data Residency) สามารถเก็บข้อมูลไว้ภายในภูมิภาค เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดด้านกฎระเบียบทั้งในระดับชาติและเฉพาะอุตสาหกรรม
  • ให้ประสิทธิภาพการบริการที่รวดเร็วขึ้น (Faster Service Performance) โดยมอบประสบการณ์การใช้งานที่ลื่นไหลด้วยความหน่วงต่ำ พร้อมเข้าถึงบริการความปลอดภัยบนคลาวด์ได้รวดเร็วขึ้น และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานขององค์กร
  • ปฏิบัติตามกฎระเบียบได้เข้มงวดยิ่งขึ้น (Stronger Compliance Alignment) ช่วยให้องค์กรก้าวนำหน้าข้อกำหนดด้านความปลอดภัย พร้อมเร่งการนำคลาวด์มาใช้ได้อย่างมั่นใจ

การเปิดจุดเชื่อมต่อแห่งใหม่นี้ ยังช่วยเสริมแกร่งให้กับระบบนิเวศพันธมิตรของฟอร์ติเน็ต พร้อมเพิ่มขีดความสามารถให้พันธมิตรในการส่งมอบบริการความปลอดภัยบนคลาวด์ในพื้นที่ พร้อมให้คุณค่าเสริมที่ช่วยขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของลูกค้า

ขับเคลื่อนสู่อนาคตดิจิทัลของอาเซียน

การประกาศครั้งนี้ มาในช่วงเวลาที่เหมาะสม ซึ่งเป็นช่วงที่มีการเร่งปรับใช้ดิจิทัลอย่างรวดเร็วทั่วภูมิภาคอาเซียน และเอเชียใต้อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โดยรายงานสถานการณ์ความปลอดภัยคลาวด์ ปี 2025 ของฟอร์ติเน็ต (2025 State of Cloud Security Report) พบว่า 78% ขององค์กรเลือกใช้บริการคลาวด์จากผู้ให้บริการมากกว่าสองราย ขณะที่ 61% ระบุว่าความปลอดภัย และการปฏิบัติตามกฎระเบียบเป็นข้อกังวลอันดับต้นๆ ของการใช้เทคโนโลยีคลาวด์ ทั้งนี้ ฟอร์ติเน็ตยังคงเดินหน้าลงทุนอย่างต่อเนื่องในภูมิภาคนี้ พร้อมขยายบริการ FortiCNAPP อย่างต่อเนื่องเพื่อให้ทั้งองค์กรและภาครัฐสามารถเข้าถึงโซลูชันความปลอดภัยระดับโลกที่นอกจากจะรองรับการปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์และขยายการใช้งานได้ตามต้องการแล้ว ยังช่วยตอบโจทย์เรื่องของข้อกำหนดด้านกฎระเบียบ และรองรับการดำเนินงานในแต่ละภูมิภาคได้อย่างแท้จริง

คำกล่าวจากผู้บริหาร

วิชาค รามัน รองประธานฝ่ายขาย ประเทศอินเดีย SAARC เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์

การลงทุนของฟอร์ติเน็ตในสิงคโปร์ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องในการสนับสนุนการเติบโตทางดิจิทัลของภูมิภาค ขณะที่อาเซียนและเอเชียใต้เร่งนำคลาวด์มาใช้ ฟอร์ติเน็ตก็กำลังส่งมอบความความปลอดภัยให้ใกล้กับการดำเนินงานของลูกค้ามากยิ่งขึ้น เพื่อช่วยให้องค์กรปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านกฎระเบียบท้องถิ่น เสริมความแข็งแกร่งด้านความยืดหยุ่นทางไซเบอร์ และปลดล็อกโอกาสใหม่ๆ ได้อย่างมั่นใจ ด้วยโซลูชันความปลอดภัยที่ขับเคลื่อนด้วย AI และปรับขยายการใช้งานได้ตามต้องการ